พลเมืองดีเก็บกระเป๋าเงิน “ริว” คืน! หนุ่มจิตสัมผัสปลื้มถึงกับยกเงินให้หมดกระเป๋า

จากกรณีที่พลเมืองดีเก็บกระเป๋าเงินของนายปาณรวัฐ ลิ่มรัตนาอาภรณ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ริว จิตสัมผัส” พิธีกรชื่อดัง ได้บริเวณ ถ.นครอินทร์ หน้าหมู่บ้านราชพฤกษ์ ภายในมีเงินสดจำนวนหนึ่งและเอกสารหลายฉบับ โดยพลเมืองดีนำมาแจ้งที่ จส.100 และ จส.100 ได้ประกาศให้พิธีกรชื่อดังมารับกระเป๋าเงินคืน เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมาเวลาต่อมา พิธีกรชื่อดัง เดินทางมารับกระเป๋าคืน โดยริว มอบเงินทั้งหมดในกระเป๋าให้แก่พลเมืองดี 2 คน เป็นพนักงานร้าน เอสบี เฟอร์นิเจอร์ ที่เก็บกระเป๋านำส่งคืนเจ้าของด้วย ริวกล่าวว่า เงินในกระเป๋านี้ ตนตั้งใจนำไปทำบุญที่คำชะโนด แต่เมื่อไปมาแล้วคนเยอะเลยไม่ได้ทำบุญ กลับมาก็ทำกระเป๋าหาย เมื่อได้รับคืนจึงขอมอบเงินให้แก่พลเมืองดีดังกล่าว

โดย ริว โพสต์ภาพในอินสตาแกรมระบุว่า
กราบขอบพระคุณ พี่จรินทร์ จันท์วงค์ และพี่ณรงค์ สายโสภา พนักงานบริษัท sb เฟอร์นิเจอร์ ที่เก็บกระเป๋าเงิน ริว ได้ แล้วนำมาส่งมอบคืน โดยของทุกอย่างที่อยู่ในกระเป๋าอยู่ครบ (ผมถามพี่เค้าว่าทำไมไม่เอาไปเลยครับ เพราะไม่มีใครรู้ พี่เค้าตอบผมว่า ตอนที่เก็บได้พอเปิดกระเป๋าดู แล้วรู้ว่านี่กระเป๋าเงิน ริว พี่เค้าคิดว่าเงินนี้พี่ริวต้องเอาไปทำบุญแน่ๆ รีบเอาคืนดีกว่า อีกอย่างพี่เค้าบอกว่าไม่ว่าเงินใครเค้าก็ไม่เอา) ผมมจึงตอบแทนน้ำใจและความดีที่พี่เค้าทำ ด้วยการมอบเงินที่มีทั้งหมดในกระเป๋าเงินให้พี่ทั้งสองคนไป เพราะเงินนี้ตั้งใจทำบุญอยู่แล้ว อีกอย่างเพราะพี่ทั้งสองเป็นคนดี ยิ่งควรค่าแก่การได้เงินจำนวนนี้ไป (ขอบพระคุณคนดีของแผ่นดิน)

ที่มา>>>ข่าวสด

น่าสงสาร ตาวัย 72 จูงมือหลานพิการเดินหากระเป๋าตังค์มีเงิน1.5หมื่นหล่นหาย วอนใครเจอเอามาคืน

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นสองตาหลานจูงแขนกันเดินไปมา อยู่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์อยู่พักใหญ่ โดยคุณตามีท่าทางร้อนรนและสีหน้าทุกข์ใจ จึงได้เดินเข้าไปสอบถามจึงทราบว่าคุณตาคนดังกล่าวชื่อนายแผน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.8 ต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์201610041701391-20041019172247คุณตาแผนเล่าให้ฟังว่า ช่วงเช้าได้นั่งรถเมล์ออกมาจากบ้าน เพื่อจะพาด.ญ.อริสา หรือน้องแพม วัย 6 ขวบ หลานสาวซึ่งพิการพูดไม่ได้มาตั้งแต่กำเนิด ไปทำเรื่องต่ออายุบัตรคนพิการที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ แต่พอลงจากรถเมย์จะเดินเข้าโรงพยาบาลก็ล้วงหากระเป๋าสตางค์สีดำ ซึ่งใส่ไว้กระเป๋าเสื้อไม่เจอคาดว่าน่าจะหล่นหายโดยไม่รู้ตัว โดยในกระเป๋าสตางค์ดังกล่าวมีเงินสดอยู่กว่า 15,000 บาท

“เงินทั้งหมด ตาได้เก็บสะสมจากเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั้งของตัวเอง และภรรยา รวมถึงเงินเบี้ยคนพิการของหลานสาว และเงินที่ลูกชายส่งมาเป็นค่าเล่าเรียนอีกเดือนละ 3,000 บาท พร้อมบัตรประจำประชาชนของตาและภรรยา บัตรคนพิการของหลานก็หายไปด้วย จึงได้พาหลานสาวเดินทางมาแจ้งความที่โรงพักให้ช่วยประกาศตามหากระเป๋าตางค์ที่หล่นหาย”คุณตาแผนกล่าว201610041701485-20041019172247คุณตาแผนยังกล่าวว่า เงินจำนวนดังกล่าวได้เก็บสะสมมานานกว่า 1 ปีแล้ว เพื่อไว้ใช้ในยามจำเป็นหรือฉุกเฉิน แต่ก็มาหล่นหายโดยไม่รู้ตัว จึงอยากวิงวอนให้ผู้ที่เก็บกระเป๋าตางค์ได้เห็นใจนำมาส่งคืน เพราะเป็นเงินก้อนเดียวที่เหลือติดบ้าน และไม่รู้ว่ากว่าจะครบรอบรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการของหลานสาวก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนใช้จ่ายที่สำคัญต้องดูแลหลานสาวพิการด้วย หากผู้ที่เก็บได้นำมาส่งคืนตนก็พร้อมจะมอบเงินจำนวน 2,000 บาทเป็นสินน้ำใจให้ด้วย

ด้วยความสงสารและเห็นใจคุณตากับหลานสาว ผู้สื่อข่าวและประชาชนที่ผ่านมาเจอ จึงได้มอบเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่ารถให้คุณตา พาหลานสาวเดินทางกลับบ้าน

ที่มา>>>ข่าวสด

ฆ่าโหดแท็กซี่ ยิงเจาะกลางหัว ทิ้งรถลงบ่อปลา พยานแฉคนร้ายปล้นรถไอติมหนี

วันที่ 20 ก.ย. ร.ต.อ.อนันต์ ทองเหลือ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุรถแท็กซี่จมลงไปในบ่อปลา หลังโรงพยาบาลบางนา 5 ซอยที่ดินไทย ถนนเทพารักษ์ กม.10 หมู่ 23 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อโสภณ มงคลโสภณรัตน์ ผกก., พ.ต.ท.รักศักดิ์ เมฆจินดา รองผกก.สส., พ.ต.ท.ธีระยุทธ์ เสรีนนท์ชัย รองผกก.ป., พ.ต.ท.ประมวล ทองภู รองผกก.(สอบสวน) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน, แพทย์เวรโรงพยาบาลบางพลี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู201609201956554-20041020173632ที่เกิดเหตุเป็นบ่อปลาขนาดใหญ่พบรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทส 8947 กรุงเทพมหานคร จมเกือบทั้งคันเห็นเพียงหลังคารถและป้ายไฟแท็กซี่ ส่วนริมบ่อพบศพนายอาคม บุบผาลา อายุ 39 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ตามร่างกายพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่กลางศรีษะทะลุออกหางคิ้วขวา นอกจากนี้ยังพบเงินสดในตัวอีก 1,420 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกเพื่อลากรถแท็กซี่คันดังกล่าวขึ้นมา พบว่ากระจกประตูด้านข้างคนขับแตกแต่ไม่พบร่องรอยกระสุนหรือคราบเขม่าดินปืน ส่วนภายในรถพบกระเป๋าภายในมีเงินสดอีก 1,120 บาท สร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท 1 เส้น จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน201609201956552-20041020173632จากการสอบสวนนายอภิวัฒน์ เพ็ชรน้อย อายุ 39 ปี เจ้าของบ่อปลา ให้การว่าระหว่างนั่งเลี้ยงปลาอยู่ในที่พักข้างบ่อได้ยิน เสียงมีวัตถุชิ้นใหญ่ตกลงไปในน้ำ จึงวิ่งออกมาดูก็เห็นเป็นรถแท็กซี่ ร่วงลงน้ำ จึงรีบโดดลงไปดู ก็เห็นคนขับติดข้างในจึงรีบช่วยเหลือขึ้นมาแต่พบว่าคนขับเสียชีวิตแล้วจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ201609201956551-20041020173632ด้านนายชนากี กีรี อายุ 34 ปี ชาวอินเดีย ให้การผ่านล่ามว่า ระหว่างที่ตนขี่รถจยย.ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน 247 ไม่ทราบหมวดจังหวัด ซึ่งมีถังไอศกรีมติดอยู่ ผ่านมาตรงจุดเกิดเหตุ พบชายรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165 ซม. สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงขายาวสีดำ ยืนขวางถนน พร้อมใช้ปืนจี้บังคับชิงรถจยย.ของตนไป แล้วขับหลบหนีไม่ทราบทิศทาง

พ.ต.อโสภณ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุของการฆ่าแท็กซี่รายนี้ได้ โดยได้แนวทางการสืบสวนไว้คือคนร้ายอาจจะชิงทรัพย์ หรืออาจจะมีเหตุขัดแย้งส่วนตัวก็เป็นได้ ขณะนี้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตามตามแนวทางที่วางไว้

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบคาสนามบินหนุ่มอังกฤษฉกสร้อย-แหวนนักท่องเที่ยวบนวัดพระธาตุดอยสุเทพ (คลิป)

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 2 ก.ย. พ.ต.อ. ศารุติ แขวงโสภา ผกก.6 บก.ทท. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา ชุดสืบสวน กก.6 บก.ทท.ร่วมกันจับกุม นายสตีเฟ่น แอนโทนีโอ อายุ 44 ปี ชาวอังกฤษ ตามหมายจับศาลแขวงเชียงใหม่ที่ 437/2559 ในข้อหาลักทรัพย์ โดยจับกุมได้บริเวณประตูทางออก A7 ฝั่งขาเข้าภายในประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สืบเนื่องจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวไทย ภายในวัดพระธาตุดอยสุเทพเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้ทรัพย์สินเป็น เงินสด สร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 100,000 บาท ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะผู้ต้องก่อเหตุไว้ได้ หลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีมายังสนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงออกตรวจภายในอาคารผู้โดยสารก็พบผู้ต้องหา จึงแสดงตัวตัวเข้าจับกุมตามหมายจับ ตรวจค้นเบื้องต้นพบทรัพย์สินของผู้เสียหายที่แจ้งความไว้ในกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องหา เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตครูวัย 76 ปีเก็บไอโฟน 6 ประกาศหาเจ้าของ เผยเพิ่งเก็บเงิน 3 แสนคืนเจ้าของมาหมาดๆ

วันที่ 8 สิงหคม 2559 ที่บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.นครศรีธรรมราช ได้รับการประสานจากนายกิตติมศักดิ์ ฝอยทอง เจ้าของห้างทองแม่ปก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครนครศรีฯว่า นายลำดวน ศรีไสยเพชร อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/28-29 ม.4 ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อตา ได้พบเจอโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 พลัส ขณะเดินออกกำลังกายในหมู่บ้าน เมื่อตอนเช้าวันที่ 6 สิงหาคม โดยนายลำดวนได้เดินหาเจ้าของมือถืออยู่พักใหญ่ เมื่อไม่พบจึงนำกลับมาที่บ้าน และบอกกับตนว่าให้ไปติดต่อตำรวจหาเจ้าของมือถือเครื่องนี้ด้วย เพราะสงสารเจ้าของที่ของหายและทราบว่ามือราคากว่า 30,000 บาท ตนจึงได้โทรศัพท์มาประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครศรีฯเพื่อประกาศหาเจ้าของ และปรากฏว่าทางเจ้าของเองก็ได้มาลงบันทึกประจำวันว่ามือถือหายและเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของมือถือตัวจริง จึงได้มีการนัดหมายมารับของคืน โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรนครฯเป็นสักขีพยาน  นายลำดวนกล่าวว่า ตนเป็นอดีตผู้บริหารโรงเรียนดีเด่นอันดับ 1 ของจังหวัด ในสมัยดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการครูถึงแม้ว่าจะเกษียณอายุแล้ว แต่ตนก็ยังมีจิตวิญญาณของการเป็นครูตลอด ตอนที่พบมือถือใหม่ ๆ ก็ทราบว่ามีราคาแพงกว่า30,000บาท แต่ก็ไม่คิดอยากได้เป็นของตัวเอง หรือจะเอามาให้ลูกหลาน เพราะทุกคนก็มีใช้กันอยู่แล้ว และรู้สึกเห็นใจเจ้าของว่าเขาคงจะต้องเป็นทุกข์และเสียใจกับของที่หายไป

“หากเขาได้ของคืนเขาจะมีความสุข เราเองก็จะมีความสุขด้วย และสิ่งใดที่ไม่ใช่ของเราก็อย่าไปอยากได้มันไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นของมีค่า หรือไม่มีค่าก็ตาม ผมเป็นครูก็อยากจะเป็นแบบอย่างให้ลูกศิษย์ด้วย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมเคยพบเงินสด 3 แสนมาแล้ว และได้ติดต่อคืนเจ้าของๆ ดีใจมากกอดผมจนล้ม ผมเห็นเขาดีใจก็มีความสุขไปด้วย จำไว้สิ่งใดที่ไม่ใช่ของเรา เราอย่าไปอยากได้ติดต่อคืนเจ้าของเสียแล้ว เราจะเป็นผู้ให้ที่มีความสุข”ลุงลำดวนกล่าว

สำหรับมือถือดังกล่าวทราบว่าเป็นของนายเดชา วิเศษสินธุ์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นสามีของผู้พิพากษาคนหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้เดินทางมารับคืนพร้อมได้ขอบคุณลุงลำดวน

ที่มา>>>ข่าวสด

พระก็ไม่เว้น! โจรย่องเบาคืนเดียว 2 กุฏิรวด ลักทรัพย์พระวัดดังนครปฐม

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 11 ก.ค. ร.ต.อ.วัชระพล อ่อนเป็ง ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งคนร้ายเข้าไปงัดกุฏิพระภายในวัดอโศการาม หมู่ 2 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิของพระพรชัย บรรณการกิจ อายุ 42 ปี ซึ่งยืนรอให้การว่า เพิ่งกลับจากเดินทางไปร่วมพิธีเททองหล่อพระที่จ.นครปฐมเมื่อวันที่ 8 ก.ค.  โดยกลับมาถึงกุฏิเมื่อช่วงค่ำวันเดียวกันนี้ แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าข้าวของภายในกุฏิถูกรื้อค้น ตรวจสอบพบว่าแท็ปเลต ยี่ห้อซัมซุง มูลค่ากว่าหมื่นบาทที่โยมถวายมาได้หายไป รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการหายไป คาดว่าคนร้ายน่าจะงัดประตูกระจกด้านหน้าเข้ามาลักทรัพย์

ขณะเดียวกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภายในกุฏิพระพรชัย ยังได้รับแจ้งจากพระอำไร ปรีชาโชติ อายุ 72 ปี ว่าถูกคนร้ายย่องเข้ามาลักทรัพย์เป็นเงินสดเกือบ 4 พันบาทที่เก็บไว้ในกุฏิซึ่งอยู่ห่างจากกุฎิพระพรชัย 100  เมตร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า คนร้ายที่เข้าไปลักทรัพย์ภายในกุฏิพระทั้ง 2 รูป น่าจะเป็นคนเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จะสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนแสบฉวยโอกาสเจ้าของบ้านเมาหลับ-ย่องปล้ำเมีย แต่เหยื่อไม่ยอมโดนซ้อมน่วม

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 29 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา และรถพยาบาลเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในเพิงพักชั่วคราว  ซ.เขาพระตำหนัก 5 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ที่เกิดเหตุเป็นเพิงไม้แบบชั่วคราวยกพื้นสูง เข้าตรวจสอบพบคนเจ็บเป็นหญิงสาวชื่อน.ส.เพลง (นามสมมติ) อายุ 44 ปี นอนสะบักสะบอมอยู่บนที่นอน ตรวจสอบบริเวณเบ้าตาทั้ง 2 ข้างบวมปูดจนตาเกือบปิด บริเวณศีรษะมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งจนบวมปูด ตามเสื้อผ้ามีร่องรอยคราบเลือดที่แห้งติดอยู่ ข้างๆกันพบนายเอกราช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี แฟนของน.ส.เพลงยังอยู่ในอาการเมาสุรา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคำคืนที่ผ่านมานายเอกราชได้นั่งดื่มสุราอยู่กับคนร้ายทราบชื่อเพียง “นายแม้ว” โดยที่มีน.ส.เพลงนั่งอยู่ด้วย แต่ไม่ได้ดื่มสุรา จนกระทั่งนายเอกราชเมาสุราจนหลับไม่รู้เรื่อง นายแม้วที่อยู่ในอาการเมาสุราได้พยายามลวนลาม แต่น.ส.เพลงไม่ยอมจึงถูกทำร้ายจนสะบักสะบอม โดนใช้ท่อนไม้ทั้งทุบและตีจนสลบ ก่อนคนร้ายรื้อค้นเอาทรัพย์สินมีเงินสด โทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม แล้วหลบหนีลอยนวล  จนนายเอกราชตื่นมาพบว่าแฟนสาวถูกทำร้ายจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยเหลือ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวจนสามารถเดินทางไปให้ปากคำและเข้าแจ้งความกับร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อจะได้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมาย

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกจับบ่อนไฮโล-ป๊อกเด้ง การเคหะชุมชนสงขลา รวบ 19 นักพนัน พร้อมเงินสด-อุปกรณ์การเล่น

 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองสงขลา บุกเข้าจับกุมบ่อนการพนันไฮโลและบ่อนป๊อกเด้ง ซึ่งลักลอบเปิดเล่นภายในซอย 1 การเคหะชุมชน เขตเทศบาลนครสงขลา สามารถจับกุมนักพนันทั้งชายและหญิง 19ราย คนพร้อมอุปกรณ์การเล่นพนันไฮโลและป๊อกเด้ง ยึดเงินสดจำนวนหนึ่ง ชิปแทนเงินสด พ.ต.อ.สมพงศ์ กล่าวว่า บ่อนแห่งนี้มีการดัดแปลงให้ด้านนอกเปิดเล่นไฮโล ส่วนด้านในเปิดเล่นป๊อกเด้ง 2 วง พร้อมกับมีแผ่นป้ายบอกราคาต่อรองและวิธีการเล่นไว้พร้อม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนักพนันทั้งหมดส่ง สภ.เมืองสงขลา เพื่อสอบสวนขยายผลไปยังเจ้าของบ่อน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับบ่อนแห่งนี้และดำเนินคดี เจ้าหน้าที่เผยว่าบ่อนแห่งนี้ลักลอบเปิดเล่นมาไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าจับกุม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบ่อนการพนันใน จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ได้ทำการปราบปรามอย่างหนัก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการสั่งย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา และผู้กำกับการ สภ.สะเดา ไปช่วยราชที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากพิษบ่อนการพนันที่มีการลักลอบเปิดเล่นและถูกทหารเข้าจับกุมหลายแห่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.บุกจับวงไพ่นักพนันแตกฮือหนี-ทำเป็นแกล้งหลับ ยึดของกลางเงินสด-อุปกรณ์เพียบ

 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ว่าที่ พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสุพรรณบุรี ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารกกล.รส.มทบ.17 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี ได้สนธิกำลังร่วมกันกว่า 20 นาย บุกเข้าจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน ที่บ้านเลขที่ 336/7 ม.2 ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มคนลักลอบเล่นการพนันที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันเข้าไปตรวจสอบ พบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว 1 หลัง และบ้านสองชั้นอีก 1 หลังอยู่ติดกัน โดยประตูรั้วหน้าบ้านได้ใส่กุญแจไว้ เจ้าหน้าที่จึงพยายามปีนรั้วเข้าไปภายใน และเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งพยายามวิ่งหลบหนีไปตามห้องต่างๆ โดยบางคนก็ทำเป็นนอนหลับไม่รู้เรื่อง บางคนก็ทำทีหลบเข้าไปในห้องน้ำ ซึ่งสุดท้ายก็ยอมจำนนรับสารภาพว่าได้มีการลักลอบเล่นไพ่รัมมี่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถรวบผู้ลักลอบเล่นการพนันได้ จำนวน 5 ราย เป็นชาย 3 ราย หญิง 2 ราย พร้อมของกลางเป็น ไพ่ ป๊อกจำนวน 52 ใบ ลูกเต๋า 1 ชุด เงินสด และ โพยพนันฟุตบอลจำนวน 1 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดมาทำการสอบสวนดำเนินคดีที่สภ.เมืองสุพรรณบุรี ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด