เมื่อปอบหยิบแย่งแท็กซี่กับผี! ‘ป้าหน่อย’ดาราอาวุโสเล่าประสบการณ์ชวนขนหัวลุก!

เป็นอีกประสบการณ์ชวนขนหัวลุก เมื่อ ‘ป้าหน่อย ปอบหยิบ’ หรือณัฐนี สิทธิสมาน ที่รับบทบาทโด่งดังจากภาพยนตร์เรื่องบ้านผีปอบ ได้มาเล่าเรื่องราวชวนขนหัวลุกที่เคยประสบพบเจอมาในรายการคนอวดผี

โดยเป็นเหตุการณ์หลายปีก่อน ‘ป้าหน่อย’ เล่าว่า ขณะยืนรอรถอยู่ย่านคลองตันในเวลาประมาณ 9-10 โมงเช้า ได้มีรถแท็กซี่คันหนึ่งขับผ่านมาและจอดรับ ซึ่งตอนแรกมองไปเห็นมีคนคล้ายผู้โดยสารนั่งในรถบริเวณเบาะหลัง แต่จากนั้นก็คิดว่ารถแท็กซี่คงส่งผู้โดยสาร เลยเปิดประตูขึ้นรถแท็กซี่คันดังกล่าวไป

‘ป้าหน่อย’ เล่าอีกว่า เมื่อรถแท็กซี่คันดังกล่าวขับออกมา ตัวเองรู้สึกเอะใจ เลยขอให้คนขับขยับของหน้ารถ เพราะคิดว่าอาจเป็นมุมภาพที่เห็นมีผู้โดยสารนั่งอยู่เบาะหลัง ทำให้คนขับแท็กซี่มองกระจกหลังและหันมาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ก่อนเล่าให้ฟังว่าเห็นมีผู้ชายใส่เสื้อสีขาวนั่งอยู่เบาะหลัง ทำให้คนขับแท็กซี่ทำหน้าตกใจและบอกว่า เมื่อวานก็มีผู้โดยสารพูดแบบนี้หลายคนว่าเห็นผู้ชายใส่เสื้อสีขาวนั่งอยู่เบาะหลัง จนแทบไม่ได้ผู้โดยสารเลย ก่อนคนขับแท็กซี่บอกว่าเดี๋ยวคงต้องไปเปลี่ยนรถคันใหม่ ซึ่งตอนนั้นคนขับก็ไม่ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของเรื่องราวนี้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าอาจเป็นเรื่องลี้ลับตามความเชื่อ

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แบบนี้ก็มีด้วย! รุมด่าว่าเป็น”ปอบ”จับไปให้หมอผีทำพิธีขับไล่ จนลูกสาวสุดทนบุกแจ้งตร.

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. น.ส.ณัฎฐณิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้พานางผัน (สงวนนามสกุล) แม่อายุ 56 ปี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้เอาผิดกับญาติและชาวบ้านในหมู่บ้าน หลังได้ถูกญาติและชาวบ้านรุมกล่าวหาใส่ร้ายว่านางผันเป็นผีปอบ ทั้งได้บีบบังคับพาแม่ไปหาพระ หมอผียังจังหวัดต่างๆ เพื่อทำพิธีขับไล่ภูตผีหลายครั้ง จนทำให้ครอบครัวเกิดความอับอายเสื่อมเสีย ถูกชาวบ้านเกลียดชัง อีกทั้งยังได้ทำร้ายร่างกายแม่ ได้รับบาดเจ็บหลายครั้งด้วย จนไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของตัวเองได้อย่างปกติสุขเป็นเวลานานกว่า 3 ปีแล้ว     สาเหตุที่ชาวบ้านกล่าวหาใส่ร้ายว่านางผันเป็นปอบ น่าจะมาจากกรณีที่มีคนข้างบ้านป่วยเป็นโรคมะเร็ง และอีกคนเป็นโรคหอบหืด เมื่อทั้งสองมีอาการเจ็บป่วยกำเริบขึ้นมา ชาวบ้านก็จะกล่าวหาว่า นางผัน ซึ่งอาศัยอยู่บ้านคนเดียวเพราะลูกสาวลูกชายไปทำงานต่างจังหวัด เป็นปอบมากินตับ ไต ไส้พุงของคนที่ป่วย จากนั้นก็จะพากันมาจับตัวนางผันบีบบังคับให้ไปหาหมอผีเพื่อทำพิธีขับไล่จนกว่าชาวบ้านจะพอใจ หรือเชื่อว่าผีปอบออกจากร่างของนางผันแล้ว จึงจะพานางผันกลับมาบ้าน ปัจจุบันนางผันต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความอับอาย ไม่กล้าไปพูดคุยกับใคร กระทั่งนางณัฎฐณิดา ซึ่งไปทำงานอยู่ต่างจังหวัดเมื่อทราบว่าแม่ถูกรังแก ก็ต้องลางานกลับมาดูแลแม่บ่อยครั้ง จนล่าสุดทนไม่ไหว จึงได้พาแม่ไปแจ้งความเพื่อเอาผิดกับบุคคลที่กล่าวหา และทำร้ายร่างกายแม่ ทั้งยังได้พาแม่ไปร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดด้วย

นางณัฎฐณิดากล่าวทั้งน้ำตาว่า ด้วยฐานะที่ยากจนตนกับน้องชายจึงต้องเดินทางไปทำงานรับจ้างยังต่างจังหวัด จำเป็นต้องปล่อยให้แม่อยู่บ้านตามลำพัง หากมีวันหยุดก็จะเดินทางกลับมาเยี่ยมแม่ แต่ระยะหลังๆ เมื่อทราบว่าแม่ถูกชาวบ้านรุมกล่าวหาว่าเป็นปอบ และทำร้ายร่างกายบ่อยครั้ง ด้วยความเป็นห่วงและสงสารแม่ จึงได้ลางานมาดูแลแม่และพาแม่เข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวหาและทำร้ายร่างกายแม่ ทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจตราที่บ้านด้วย เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย  นางณัฎฐณิดากล่าวอีกว่า การที่บางครั้งแม่จะเหม่อลอยหรือพูดคนเดียว เพราะแพทย์ระบุว่าแม่เป็นโรคไบโพล่า หรือมีอารมณ์ 2 ขั้วในคนๆ เดียว ยืนยันว่าแม่ไม่ได้เป็นปอบหรือภูตผีตามที่ถูกกล่าวหา และอยากร้องขอให้ญาติและชาวบ้านได้หยุดกล่าวหาใส่ร้ายแม่ของตนเองด้วย เพราะที่ผ่านมาแม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความอับอาย และไม่เป็นสุขมานานกว่า 3 ปีแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้รับแจ้งความไว้ พร้อมได้สอบปากคำทั้งสองฝ่าย จากนั้นจะได้หาข้อมูลหลักฐาน หากพบว่าชาวบ้านได้กล่าวหาใส่ร้าย และทำร้ายร่างกายจริงตามที่ผู้เสียหายแจ้งความ ก็จะดำเนินการแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวต่อไป

ต่อมาวันที่ 20 มิ.ย. นายสนอง ไกรแก้ว อายุ 66 ปี และนางบุญโฮม พินิจ อายุ 73 ปี ชาวบ้านบ้านสวัสดี ซึ่งอยู่ในละแวกบ้านพักของนางผัน กล่าวว่า ได้อาศัยอยู่หมู่บ้านแห่งนี้มาตั้งแต่เกิดก็ยังไม่เคยเห็นผีปอบว่ามีรูปร่างหน้าตาหรือตัวตนเป็นอย่างไร จึงไม่เชื่อว่าจะมีผีปอบในหมู่บ้าน ส่วนกรณีที่มีคนป่วยหรือเสียชีวิตนั้นก็เชื่อว่าเป็นการเจ็บป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคภัยตามธรรมชาติ สำหรับสาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านบางคนเชื่อว่านางผันเป็นผีปอบนั้น อาจจะด้วยบุคลิกที่เป็นคนเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใครชอบเก็บตัว ประกอบกับนางผันมีอาการป่วย บางครั้งอาจจะพูดจาคนเดียว แต่ก็ไม่มีอาการผิดปกติอย่างหรือทำร้ายใคร

ด้านพนักงานสอบสวน หลังได้รับแจ้งก็เตรียมลงพื้นที่ไปสอบปากคำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้นำชุมชน และชาวบ้าน เพื่อหาข้อมูลหลักฐานประกอบสำนวนคดี หากมีข้อมูลหลักฐานว่ามีการกล่าวหาหมิ่นประมาทและทำร้ายร่างกายจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ยังได้ประสานกับตำรวจตำบลได้เข้าไปตรวจตราในหมู่บ้าน และสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งบานปลาย เพราะการกล่าวหาในลักษณะดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้

ที่มา>>>ข่าวสด