ตร.บุกจับ ‘เดช ควนหนองหงษ์’ ค้ายาบ้ารายใหญ่ คาบ้านพัก เมืองคอน

ตร.สภ.ชะอวด ร่วม ตชด. เมืองคอน บุกจับ ”เดช ควนหนองหงษ์” ค้ายาบ้ารายใหญ่ คาบ้านพัก เมืองคอน ได้ปืนคาร์บิน-อาวุธ-กระสุน พร้อมยาบ้า 100 เม็ด คุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 เม.ย. พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู ผกก.สภ.ชะอวดจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิคม พลประสิทธิ์ ผกก.กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง ได้สนธิกำลังกันเข้าไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 73/1 หมู่ 5 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสืบทราบว่า เป็นแหล่งค้ายาเสพติดและอาวุธปืนสงครามซุกซ่อนในบ้าน ผลการตรวจค้น พบอาวุธปืนคาร์บิน ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนคาร์บิน จำนวน 64 นัด, กระสุนปืน 9 มม.จำนวน 4 นัด, ซองบรรจุกระสุนปืนคาร์บิน จำนวน 1 ซอง และยาบ้าจำนวน 100 เม็ด จับกุมตัวนายยงยุทธ วังนิคม อายุ 35 ปี หรือฉายา ”เดช ควนหนองหงษ์” ซึ่งมีพฤติกรรมค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ คุมตัวมาสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เอกสารเก๊ว่อนเน็ต!! วันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เมษา รบ.เตือนอย่าหลงเชื่อ

โฆษกรัฐบาล เตือนอย่าหลงเชื่อพวกป่วนทำเอกสารปลอมว่อนเน็ต อ้างมีวันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เม.ย. สร้างความสับสนให้ประชาชน ยันหยุดปกติ 13-17 เม.ย.เท่านั้น…

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงกรณีการเผยแพร่เอกสารที่อ้างว่า เป็นของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอให้มีวันหยุดสงกรานต์เพิ่มเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 12 เม.ย. ว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ที่มีผู้ไม่หวังดีทำขึ้นมาโดยนำเอกสารราชการในปี 2556 ซึ่งประกาศให้มีวันหยุดพิเศษ มาปรับแก้เป็นปี พ.ศ. 2559

ทั้งนี้ ช่วงวันหยุดสงกรานต์ในปีนี้เป็นไปตามปฏิทินปกติ คือ หยุดระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย. อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผู้ทำเอกสารจะมีเจตนาใด ก็ถือว่าได้ก่อความวุ่นวายปั่นป่วนโดยขาดจิตสำนึก เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะไม่หลงเชื่อ และหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรเผยแพร่เอกสารไร้สาระและสร้างความสับสนเช่นนี้ เพราะอาจจะไปช่วยขยายผลและสนับสนุนเจตนาก่อความวุ่นวายของกลุ่มผู้จัดทำ.อย่าเชื่อ เอกสารปลอม วันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เม.ย.

ที่มา>>>Thairath

แพท รับสนิทนักบิดที่สุด เมินมีสายรายงาน โตโน่ กินข้าวกับ เบญ

กองเชียร์กรี๊ดสนั่นเมื่อได้เห็นภาพคู่จิ้น โตโน่–ภาคิณ โอบเอวนางเอกสาว แพท–ณปภา ในงานฟุตบอลช่อง 3 แต่ไม่นานก็ถูกดับฝันเพราะทั้งคู่ต่างมีภาพปาปารัสซี่กับคนอื่น เจอ แพท มาร่วมงาน “Perfect Bra by Sabina” เลยคว้าตัวมาอัพเดตเรื่องความสัมพันธ์? “กับภาพโอบเอวจะบอกว่ามันเป็นสไตล์ของผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ ไม่ว่าจะใครที่แพทร่วมงานด้วยส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ แล้วเค้าไม่ได้โอบแบบกอด”

โตโน่มีภาพกินข้าวกับเบญ–เรวิญานันท์? “แพทไม่รู้นะคะ แต่มีสายรายงานเข้ามาตลอดเวลา เท่าที่รู้เหมือนเป็นเพื่อนร่วมงานมั้งค่ะ สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรืออะไรก็แล้วแต่แพทก็อยู่ข้างพี่โน่เสมอ เราให้กำลังใจกันมากกว่า แพทเองก็ไม่ได้ถามพี่โน่เรื่องนี้ วันนี้เราไม่ได้เป็นแฟนกันทุกคนมีสิทธิ์ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ” มีแฟนคลับหวงมากถึงขั้นไปโจมตีเบญ? “จะบอกว่าเรื่องพัฒนาหรือไม่พัฒนามันเป็นเรื่องของคนสองคน เราสองคนอยู่ในฐานะนี้แล้วมัน โอเคมาก ได้เจอกันยิ้มให้กันเขินกันบ้างมันโอเคแล้ว คือถ้ารีบแล้วมันไม่เวิร์กมันจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ใหญ่โตมาก”

มีข่าวเราซ้อนมอเตอร์ไซค์หนุ่มตี๋? “พี่เบนซ์เหรอค่ะ เป็นคนที่สนิทที่สุดตอนนี้ เราสนิทกันมา 7 ปีแล้ว เคยสนิทกันแล้วเราก็แยกกันไป จนตอนนี้เราเหมือนมาสนใจอะไรที่ใกล้ๆกัน ประจวบกับแก๊งเราก็ดันมารู้จักกันก็คุยๆกัน ยังไม่ขยับฐานะแต่ก็ยอมรับว่าเค้าน่ารัก อนาคตจะเป็นยังไงยังไม่รู้ แต่เอาเพื่อนกันให้รอดก่อน” สนิทกว่าโตโน่มั้ย? “สนิทกว่าพี่โน่ แพทชอบมอเตอร์ไซค์ซึ่งพี่คนนี้เป็นนักแข่ง เราก็จะคุยกันรู้เรื่องมากกว่าทุกคน เรื่องข่าวเค้าก็ไม่ยุ่ง เค้าแฮปปี้ถ้าเราจะจิ้นกับพี่โน่เราก็ยังดูๆกันไปเรื่อย เป็นการให้โอกาสซึ่งกันและกันมากกว่า”.

ที่มา>>>Thairath

รถไฟ ‘แอ็มแทร็ก’ในสหรัฐฯ ชนโครม แบ็กโฮ จนตกราง ดับ 2 เจ็บ 31

(ภาพ: AFP)

รถไฟโดยสารของ แอ็มแทร็ก ชนรถแบ็กโฮ บนรางรถไฟระหว่างทางไปเมืองซาวานนาห์ รัฐจอร์เจีย เป็นเหตุให้หัวรถจักรตกราง และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย…

สำนักข่่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสารของ องค์การขนส่งมวลชนแห่งชาติ หรือ แอ็มแทร็ก ซึ่งกำลังเดินทางจากนครนิวยอร์กไปยังเมืองซาวานนาห์ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ พร้อมผู้โดยสาร 341 คน และพนักงานบนรถอีก 7 คน ชนเข้ากับรถแบ็กโฮ ซึ่งกำลังอยู่บนรางรถไฟ ในจุดที่ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟีย ไปทางใต้ประมาณ 15 ไมล์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างประจำรถไฟแอ็มแทร็กเสียชีวิต 2 คน

แอ็มแทร็กระบุผ่านแถลงการณ์ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 8:00น. วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้หัวรถจักรของรถไฟ พัลเมตโต (Palmetto) หมายเลข 89 ตกราง ส่งผลให้เส้นทางเดินรถทางตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างนิวยอร์กและฟิลาเดลเฟียถูกระงับชั่วคราว และมีผู้โดยสาร 31 คนถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บ

ด้านสำนักข่าว ดับเบิลยูพีวีไอ ของฟิลาเดลเฟีย ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 2 ราย ขณะที่ตามการเปิดเผยของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้ควบคุมรถไฟของแอ็มแทร็กเปิดหวูดเตือนพนักงานก่อสร้างให้นำรถแบ็กโฮออกจากรางรถไฟแล้ว แต่คนงานดำเนินการไม่ทันเวลา.

ที่มา>>>Thairath

ไฟไหม้ตลาดขายจักรยานมือ 2 ริมแม่น้ำเมย จ.ตาก คาดเสียหายนับสิบล้าน

เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณคลังสินค้าที่ 9 ตลาดขายจักรยานมือ 2 ญี่ปุ่นรายใหญ่ ริมแม่น้ำเมย บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก รถดับเพลิงกว่า 10 คันใช้เวลากว่า 1ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงได้ โดยคาดว่าเสียหายกว่าสิบล้านบาท…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.00 นวันที่ 3 เมษายน 2559 พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก. สภ.แม่สอดพร้อมชุดดับเพลิงกว่า 10 แห่ง ระดมไปดับเพลิงที่โหมลุกไหม้โกดังเก็บรถจักรยานท่า 9 ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ของนายสุรชัย วีระสมเกียรติ จึงได้ประสาน อำเภอแม่สอด-องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ นำรถดับเพลิง รถน้ำ จำนวนนับ 10 คัน ไปช่วยดับไฟ  เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังรถจักรยานท่า 9 บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจนท.เร่งดับไฟที่กำลังโหมไหม้

ในที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงโหมไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากแหล่งต้นเพลิงเป็นสถานที่เก็บจักรยานหลายพันคัน รวมทั้งยังมียางรถยนต์อยู่ในโกดังนับ 100 เส้น ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งกลิ่นเหม็นยางคละคลุ้งรวมทั้งยังมีลมกระโชกแรงเป็นช่วงๆ ทำให้การดับไฟ เป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งยังมีประชาชนทั้งไทยและเมียนมาพากันมามุงดูส่งผล ให้กีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ทำให้ต้องมีการกันออกนอกพื้นที่เพราะอาจเกิดอันตรายได้ การทำงานเป็นไปอย่างทุลักทุเล เพราะบรรดาไทยมุง และพม่ามุง ขวางทางเจ้าหน้าที่

แม้ว่าเพลิงจะลุกโหมไหม้อย่างรุนแรง แต่เพราะมีรถบรรทุกน้ำและรถดับเพลิงจากทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกว่า 10 คันรวมทั้งจากกองกำลังนเรศวรได้เข้าช่วยในการดับเพลิง และยังมีแหล่งน้ำจากแม่น้ำเมยมาสมทบเพราะที่เกิดเหตุอยู่ติดแม่น้ำเมย ทำให้ จนท.สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภาย 1 ชั่วโมง ส่วนค่าเสียยังประเมินไม่ได้ แต่คาดว่ากว่า 10 ล้านบาทรถดับเพลิงกว่า 10 คันใช้่เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้

สำหรับบริเวณคลังสินค้าท่า 9 นี้ ถือว่าเป็นแหล่งที่ขายสินค้าใหญ่ที่มีการซื้อ-ขาย รถจักยานมือสองจากประเทศญี่ปุ่น เป็นตลาดจักรยานมือสองรายใหญ่ที่สุด.

ที่มา>>>Thairath

แม่ร่ำไห้ ร้อง ‘มูลนิธิปวีณา’ ลูกชายถูกแทงเสียชีวิต คดีไม่คืบ!

คุณแม่เหยื่อถูกแทงดับ ขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย หลังถูกแทงตายคดีไม่คืบหน้า ปวีณา พาเข้าพบ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ตร.เผย ได้ภาพผู้ลงมือก่อเหตุแล้ว ทางพนักงานสอบสวนขออนุมัติ ตามรูปภาพแล้ว ยันทำงานอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย นางลลิดา ศรีวรนันท์ แม่ของนายอนันดา ศรีวรนันท์ อายุ 18 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อติดตามถามความคืบหน้าคดีที่นายอนันดา ถูกคนร้ายวัยรุ่น 2 คน ก่อเหตุใช้มีดจ้วงแทงนายอนันดา ขณะกำลังเดินเข้าห้องน้ำในปั๊ม ปตท. ถนนกรุงเทพ-นนท์ ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและต่อมาเสียชีวิตที่ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น

เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก. พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชคพิสิฐ รอง ผกก.สส.พ.ต.ต.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส. ร.ต.อ.สายทอง วงศ์ชา พนักงานสอบสวนเจ้าของคีได้นำข้อมูลและสำนวนคดี มาชี้แจงความคืบหน้าคดี จะขอร้องให้สื่อมวลชนออกจากห้องประชุม เนื่องจากไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลสำนวนได้ และขอชี้แจงถึงขั้นตอนและรายละเอียดในการติดตามตัวคนร้ายให้นางปวีณา และนางลลิดา ทราบถึงความคืบหน้า หลังใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็เปิดให้สื่อมวลชนเข้ามาบันทึกภาพพร้อมชี้แจงความคืบหน้าของคดี

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา นางลลิดา ศรีวรนันท์ แม่ของนายอนันดา ศรีวรนันท์ อายุ 18 ปีเข้าพบ พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสอบสวนได้ลงมือทำงานกันอย่างเต็มที่ มีการสอบพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ในปั๊ม จนได้ภาพผู้ลงมือก่อเหตุซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับตามรูปภาพแล้ว โดยเฉพาะการติดตามเพราะเห็นว่าผ่านมาหลายวัน แต่ทางตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า หลังเดินทางมารับฟัง ผกก.ชี้แจงแล้วรู้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และมีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยแล้วก็รู้สึกสบายใจ รวมทั้งแม่ของน้องพอทราบว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ก็พอใจและเข้าใจในการทำงานของตำรวจ

“ขณะที่เดินทางมาพบตำรวจ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของเพื่อนผู้ตายที่เดินทางมาด้วย โดยทางปลายสายได้มีการพูดขู่ว่าถ้าแจ้งตำรวจกูจะมาจัดการอีก จึงได้มอบข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ไปเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการติดตามผู้ก่อเหตุ” พ.ต.อ.มนตรี กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

คิดได้ไง จับเต่านอนหงายกลางแดด! ให้คนเวทนา จะได้ซื้อไปปล่อย

ตำรวจสัตหีบบุกตลาดเช้า รวบ 2 แม่ค้าเขมรไอเดียโหด จับเต่านอนหงายตากแดดให้ดิ้นทุรุนทุราย คนเห็นจะได้เวทนาซื้อไปปล่อย ยังมีนกกระจิบอีก 20 ตัว เจอไป 4 ข้อหา ทั้งทารุณกรรมสัตว์ พ.ร.บ.สัตว์ป่าคุ้มครองฯ…

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 เม.ย.59 พ.ต.อ.เมฆาวิศ ประดิษฐ์ผล ผกก.สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาสกร ไพจิตต์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.นิพนธ์ ป้อมสนาม รอง ผกก.ปป. พ.ต.ต.ณัฐพล อะกะเรือน สว.สส. และชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุม นางนา บางวัน อายุ 38 ปี สัญชาติกัมพูชา และนางริน คูณ อายุ 34 ปี สัญชาติกัมพูชา แม่ค้าขายสัตว์น้ำจืด ตลาดเช้าสัตหีบ ม.1 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในความผิดฐานทารุณกรรมสัตว์ ค้าขายโดยไม่ได้รับอนุญาต อยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยใบอนุญาตสิ้นสุด และผิด พ.ร.บ.สัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมของกลาง นกกระจิบ 20 ตัว เต่าหับ และเต่านา รวม 13 ตัว
พ.ต.อ.เมฆาวิศ ประดิษฐ์ผล เปิดเผยว่า หลังมีชาวบ้านมาร้องเรียนว่า ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแม่ค้าขายสัตว์น้ำจืดให้กับผู้ใจบุญที่นำไปปล่อยสะเดาะเคราะห์ ได้ทารุณกรรมสัตว์ด้วยการจับเต่าขนาดใหญ่ นอนหงายให้ดิ้นทุรนทุรายกลางแดดร้อน เพื่อเรียกความเวทนา ให้คนใจบุญสงสารยอมสละเงิน 999 – 1,200 บาท ซื้อนำไปปล่อยคืนธรรมชาติ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุม พร้อมตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้อีกจำนวนหนึ่ง

จากนั้น ได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง ร.ต.อ.หญิง กาญจนพัสร์ ปฐวีศรีสุธา รองสารวัตรสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เริ่มวันนี้ห้ามแผงปากคลองฯ ขายตอนกลางวัน-ส่วนกลางคืนผ่อนผันให้ขายได้ถึง 1 มิถุนายนนี้

เริ่มวันนี้ 1 เม.ย. กลางวันห้ามขายบนทางเท้าปากคลองตลาด กทม.เตรียมปรับปรุงเป็นถนนแห่งวัฒนธรรม ชวนนักท่องเที่ยวชมตลาดดอกไม้เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ศาลาว่าการ กทม. นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีเพียร ที่ ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกทม. และคณะทำงาน ประชุมเตรียมความ พร้อมจัดระเบียบผู้ค้าปากคลองตลาด โดยนายวัลลภกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการย้ำการดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ปากคลองตลาด ซึ่งตามกำหนดการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้เป็นต้นไป จะต้องไม่มีผู้ค้า ทำการค้าขายบนทางเท้าบริเวณปากคลองตลาดในช่วงกลางวัน ส่วนกลางคืน ยังอนุโลมให้ผู้ค้าสามารถขายได้ตั้งแต่ 20.30-04.30 น. ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2559 ซึ่งวันที่ 1ก.ค.2559 จะไม่มีการค้าขายบนทางเท้าตลอดทั้งวัน

สำหรับพื้นที่ทางเท้าภายหลังผู้ค้าย้ายออกไปแล้ว คณะทำงานได้หารือถึงแนวทางการเข้า ไปปรับปรุงพื้นที่ โดยจะปรับปรุงให้เป็นถนนแห่งศิลปวัฒนธรรม ที่มีดอกไม้เป็นส่วนสำคัญ รวมถึงพัฒนาทางเดินเท้าพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ หน้าโรงเรียนสวนกุหลาบฯ วิทยาลัยเพาะช่าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมาชมตลาดดอกไม้ ขณะที่บริเวณวัดราชบูรณะราชวรวิหาร (วัดเลียบ) ซึ่งผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบส่วนหนึ่งได้รวมตัวกันไปเช่าพื้นที่เพื่อทำการค้าขาย กทม.จะส่งเสริมให้ที่แห่งนี้เปรียบเสมือนปากคลองตลาด 2 หรือเป็นตลาดปากคลองตรีเพชร นอกจากนี้ จะขอความร่วมมือเจ้าของอาคารบริเวณปากคลองตลาด หากจะปรับปรุงหรือดัดแปลงอาคารให้คงรูปแบบเดิมมากที่สุด เนื่องจากอาคารส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นรูปแบบของอาคารอนุรักษ์

นายวัลลภกล่าวด้วยว่า ส่วนแนวคิด หรือข้อเสนอให้ทำถนนคนเดินในจุดที่มีการยกเลิกจุดผ่อนผันไปแล้ว เหมือนกับสีลมถนนคนเดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา.

ที่มา>>>Thairath

สาว 19 ปีซ้อน จยย.เพื่อนชาย ไปส่ง บขส. เสยเกาะกลางถนนร่างกระเด็นดับ

เมาแล้ววูบพาสาวเสยขอบปูนดับ! ขี่ จยย.สาวซ้อนท้าย หวังไปส่งสถานี บขส. ระหว่างทางเมาแล้ววูบ ขับรถพุ่งชนขอบปูน ก่อนร่างกระเด็นไปชนเสาปูนป้ายบอกสัญญาณจราจร สาวเจ้าดับคาที่ ส่วนผู้ขับขี่เจ็บสาหัส

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 31 มี.ค.59 ร.ต.ท.นรินทร์ รอดชู พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บบนถนนเมืองชุมพร หมู่ 3 ตำบลวังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร แพทย์เวร รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

ที่เกิดเหตุช่องทางขาออกจากตัวเมืองชุมพร ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี มีผู้บาดเจ็บสาหัส ทราบชื่อภายหลังนายทิวา ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 20 ปี สภาพใบหน้าศีรษะตามตัวมีแผลฉกรรจ์เลือดออกทางปากจมูกไม่ได้สติ อาการโคม่า หน่วยกู้ชีพช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล ใกล้กับเกาะกลางจุดเลี้ยวรถเข้าปากทางห้างสรรพสินค้าพบศพทราบชื่อ น.ส.เมรียา กรมลคร อายุ 19 ปี ชาวบ้าน หมู่ 12 ตำบลวังหิน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

จนท.พบศพหยิงสาวที่นั่งซ้อนท้าย จยย.มา เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ

สภาพศพศีรษะเละเหวอะหวะมันสมองกระจายทั่วพื้นถนน กระเป๋าใส่เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของชำร่วยหล่นกระจายเกลื่อน ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร ริมถนนพบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่ารุ่นฟีโน่ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 1 กม 4075 สุราษฎร์ธานี ล้มอยู่

สอบสวนเบื้องต้นนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี บ้านอยู่ตำบลหนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เพื่อนผู้ตายให้การว่า ผู้ตายทำงานก่อสร้างอยู่ที่เดียวกับตนในตัวเมืองชุมพร ซึ่งทราบชื่อเพื่อนผู้ตายว่า ชื่อทิวาไม่ทราบนามสกุล หลังเลิกงานได้นั่งร่วมวงกับเพื่อนๆ ดื่มเหล้าขาวกันอยู่ ต่อมาผู้ตายซึ่งทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.ชลบุรี และเป็นเพื่อนกับแฟนตนที่เพิ่งจะเดินทางมาเยี่ยมเยียนได้เพียงวันเดียวบอกว่าจะกลับ จ.ชลบุรี นายทิวาจึงได้อาสาขับรถจักรยานยนต์ไปส่งที่สถานี บขส.ชุมพร ที่ถนนเอเชีย 41 ตำบลขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร ห่างจากที่พักทำงานประมาณ 12 กิโลเมตร

อุบัติเหตุจักรยานยนต์ ชนกับชนเสาปูนป้ายบอกสัญญาณจราจรข้างทาง คาดว่าคนขี่อาจมีอาการวูบหลับใน

“ขณะที่พาแฟนสาวขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนหลังตามมาส่งด้วย ขณะออกมาได้ประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงหน้าห้างสรรพสินค้า จู่ๆ นายทิวาลักษณะคล้ายมีอาการวูบหลับ ได้ขับรถจักรยานยนต์วิ่งเข้าไปชนขอบปูนเกาะกลาง แล้วทั้ง 2 คน ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยก็ร่างกระเด็นไปชนเสาปูนป้ายบอกสัญญาณจราจร จนเป็นเหตุให้ น.ส.เมรียา เสียชีวิตคาที่ ส่วนนายทิวาบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว” นายเอ กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

ตร.เชียงรายยึดเนื้อเถื่อน 2 ตัน คาดลอบส่งร้านก๋วยเตี๋ยว กินอาจถึงตาย!

ตำรวจเชียงราย ยึดเนื้อเถื่อนแช่แข็งลอบนำเข้า 100 กระสอบ หนัก 2 ตัน เตรียมส่งร้านค้ามินิมาร์ท ร้านก๋วยเตี๋ยว หน.ด่านกักกันสัตว์เชียงราย เตือนปชช.หากบริโภคไปอันตรายถึงตาย สั่งฝังกลบทำลาย ส่วนผู้ต้องหา 3 รายหลบหนีข้ามฝั่งลาว…

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.59 น.ต.จตุรงค์ ขจรฟุ้ง หน.สน.เรือเชียงของ จ.เชียงราย ได้รับแจ้งจากสายว่า มีผู้ลักลอบขนเนื้อสัตว์เข้าประเทศบริเวณริมน้ำโขง บ้านห้วยกอก ต.เวียง จึงประสาน ร.ต.อ.วรรณชัย สุขแจ่ม รอง สว.ตม.เชียงแสน สภ.เชียงของ นำกำลังออกตรวจริมน้ำโขงถึงที่เกิดเหตุ พบกระสอบเนื้อแช่แข็งจำนวน 100 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 2 ตัน วางกองอยู่ที่ริมน้ำ มีตัวพิมพ์สีแดง Lips ติดที่หน้าถุงพลาสติก และขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึงมีชาย 2-3 คน ที่ลำเลียงของมาเกิดไหวตัวทัน รีบลงเรือขับหลบหนีออกแม่น้ำโขงข้ามฝั่งลาวไปได้

วางกองอยู่ที่ริมน้ำโขง บ้านห้วยกอก ต.เวียง อ.เชียงแสน มีตัวพิมพ์สีแดง Lips ติดที่หน้าถุงพลาสติก
กำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจยึดเนื้อวัวลักลอบนำเข้า

จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบใครมาแสดงตัวรับของ จึงยึดเป็นของกลาง ในข้อหาลักลอบนำซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469

กระสอบเนื้อแช่แข็ง
นำไปกำจัดโดยการฝังกลบ ที่บ้านห้วยกอก หมู่ 14 ต.เวียง อ.เชียงของ เพราะหากมีคนรับประทานไปอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายประเสริฐ เสทธะยะ หน.ด่านกักกันสัตว์เชียงราย เข้าตรวจสอบปรากฏว่าเป็นเนื้อโคแช่แข็งไม่ปรากฏแหล่งผลิต เป็นสินค้าเนื้อแช่แข็งผ่านแดน แต่ผู้ลักลอบได้นำย้อนกลับมาขายในประเทศไทย มูลค่าทั้งหมดประมาณ 6 แสนบาท เมื่อนำเข้าได้ส่วนใหญ่จะส่งไปขายตามร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหาร และมินิมาร์ท ซึ่งต้องระวัง เพราะการเดินทางมาไกลทำให้เนื้ออาจเน่าเสียได้ และเป็นพิษต่อร่างกาย เนื่องจากเป็นซากสัตว์ไม่ปรากฏที่มา เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดและนำไปกำจัดโดยการฝังกลบ ที่บ้านห้วยกอก หมู่ 14 ต.เวียง อ.เชียงของ ภายในคืนเดียวกัน.

ที่มา>>>Thairath