เพลงใหม่ “แอน มิตรชัย” แดนซ์กระจาย แต่เจอวิจารณ์ทำไมเพลงอินเตอร์แต่สำเนียงลูกทุ่ง!?

ปล่อยเอ็มวีเพลงภาษาอังกฤษเพลงใหม่มาเรียบร้อย สำหรับเพลง Dance Like We’re Crazy ที่นักร้องสาว “แอน มิตรชัย” ออกลีลาแดนซ์อย่างสนุกสนาน แต่เพียงแค่วันเดียว ก็มีดราม่าเล็กๆ เสียแล้ว เมื่อชาวเน็ตหลายคน พากันวิจารณ์ว่า เพลงนี้เป็นเพลงภาษาอังกฤษ แต่สำเนียงของสาวแอนเหมือนร้องเพลงลูกทุ่งมากกว่า5554787อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตหลายคนยังแสดงความคิดเห็นว่า เรื่องของสำเนียงไม่น่าใช่ปัญหา เพราะการร้องเพลงภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องสำเนียงเป๊ะอย่างเจ้าของภาษา แต่สำเนียงไทยก็มีเอกลักษณ์ไปอีกแบบ แต่ฟังแล้วจะเปรี้ยงแค่ไหนงานนี้ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง7800025999998887736999889877758889898870000

ที่มา>>>ข่าวสด

“เกิบ ณัฐพงศ์” เดอะวอยซ์ซีซั่น 5.. กับเรื่องราวของเพลง”เพื่อนสนิท”ถึงภรรยาบนสวรรค์

เป็นอีกเรื่องราวที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากในโลกโซเชียล หลังรายการ เดอะวอยซ์ ซีซั่น 5 ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องราวของ “เกิบ ณัฐพงศ์”หนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่มีเรื่องราวเบื้องหลังที่ซาบซึ้งกินใจที่สุด  “เกิบ ณัฐพงศ์” วัย 31 ปี แบ็คอัพของวงสล็อตแมชชีน ออกมาร้องเพลง“ผิดที่ไว้ใจ”ในรอบไบลด์ออดิชัน เนื่องจากเพลงนี้เป็นเพลงที่ภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วชอบฟัง จึงอยากนำเพลงนี้มาร้อง ผลปรากฏว่ามีโค้ชหันมาถึง 3 คน  “เกิบ” เล่าให้ฟังอีกว่าตนกับภรรยามีความทรงจำเกี่ยวกับเพลงๆหนึ่ง เป็นเพลงที่ภรรยาเคยร้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคือเพลง เพื่อนสนิท ของโค้ชดา เอ็นโดรฟินนั่นเอง ทำให้เกิบตัดสินใจเลือก ดา เอ็นโดรฟิน เป็นโค้ช โค้ชดาจึงรีบวิ่งขึ้นบนเวที และขอเป็นตัวแทนร้องเพลง “เพื่อนสนิท” ให้กับหนุ่มเกิบ อีกครั้ง เป็นอีกโมเมนต์เรียกน้ำตาจากผู้ชมได้จริงๆ 

ที่มา>>>ข่าวสด

ตัวอย่างดีๆ “เทพพิทักษ์”ดังแล้วไม่ลืมกำพืด กลับบ้านไปเลี้ยงหมูตอนว่างงาน!

นับวันยิ่งมีฐานแฟนคลับมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเน็ตไอดอลสุดฮา “เทพพิทักษ์ แอสละ” ล่าสุดเจ้าตัว โพสต์รูปของตัวเองขณะกำลังอาบน้ำให้หมูและให้อาหารไก่อยู่ที่บ้านของตัวเอง ระบุว่า “เกิดมาต้องทำให้เป็นทุกอย่าง ขยันเท่านั้นที่จะชนะทุกสิ่ง สู้ๆนะเพื่อนๆ” ด้าน พจน์ อานนท์ ผู้กำกับชื่อดังที่ให้การสนับสนุนเทพพิทักษ์ระบุในอินสตาแกรมว่า “ไม่เคยลืมกำพืดตัวเอง กลับไปเลี้ยงหมูตอนยังไม่มีงาน”

ด้านแฟนคลับพากันชื่นชมหนุ่มเทพพิทักษ์ และต่างให้กำลังใจเน็ตไอดองชื่อดังให้ทำความฝันในการสร้างบ้านให้แม่ได้สำเร็จ

ที่มา>>>ข่าวสด

‘คุณแมงมุม’เข็ดร่วมงานบริษัทคู่กรณี‘อั้ม-นัท’ ถามถึง‘น้องจีน่า’ถึงกับร่ำไห้(คลิป)

 วันที่ 6 ก.ย. ที่ ช่องพีพีทีวี มีพิธีบวงสรวงละครเรื่อง “เสียดาย” ของ ‘คุณหญิงแมงมุม’ หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล หลังจากเสร็จพิธี คุณหญิงแมงมุมได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่เคยมีปัญหากับบริษัทบลูริบบอนเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงิน ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่มีปัญหากับ อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ ในขณะนี้ว่า

“เรื่องของแมงมุมเกิดขึ้นนานแล้ว ตั้งแต่เรื่องแรกที่เข้ามาทำกับ พีพีทีวี คือ เรื่อง ปริศนา รัตนาวดี และ เจ้าสาวของอานนท์ มีปัญหาคล้ายๆ กัน คือ ทางช่องให้เงินเขาแล้ว เขาก็ต้องให้เรา แต่เขาไม่ให้เรา ตอนแรกจะเริ่มจากการจ่ายล่าช้า แต่แมงมุมโชคดีที่ช่องน่ารักและเข้าใจว่า โปรดักชั่นของเราต้องเดินต่อ ก็เลยเป็นการโอนถ่ายให้ทางช่องเป็นผู้จัดการ และช่องก็คุยกับเขาโดยตรงโดยไม่ผ่านแมงมุม แมงมุมจึงทำงานต่อได้” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทราบมาว่าเป็นเงินหลายสิบล้านบาท คุณหญิงแมงมุม เผยว่า “จำนวนเงินที่โดนไปก็เยอะค่ะ แต่ว่าเท่าไรต้องไปคุยกับคนดูเรื่องนี้อีกที แมงมุมเคยคุยกับเขา แต่ก็ไม่มีผลอะไร เลยไม่คุยดีกว่า พอทราบข่าวพี่อั้มพี่นัทเราก็มีให้กำลังใจเขา ส่งข้อความไปในอินสตาแกรม เพราะเป็นคนเคยโดนเหมือนกัน ก็ต้องให้กำลังใจกัน เข้าใจเขาว่า เวลาเราตั้งใจกับอะไรมากๆ แล้วมาสะดุดกับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา และมันไม่ควรจะเกิดขึ้น ส่วนเรื่องเคสของเขากับพี่อั้มพี่นัท แมงมุมไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ เพราะระบบที่พี่อั้มทำกับเขา และระบบที่ทำกับเรามันไม่เหมือนกัน แต่แมงมุมคงให้คำแนะนำอะไรพี่อั้มพี่นัทไม่ได้ เพราะตัวเองยังเอาไม่รอดเลย อีกอย่างพี่เขาอยู่วงการมานานกว่า คงได้แต่ให้กำลังใจ” ถามต่อว่าเข็ดกับการทำงานกับบริษัทนี้ไหม คุณหญิงแมงมุม ตอบทันทีว่า “เข็ดมากค่ะ ครั้งเดียวก็เกินพอ ที่ได้มาร่วมงานกันเพราะมันเป็นความบังเอิญทางแมงมุมนึกว่าช่องเอาเขามา ทางช่องนึกว่าแมงมุมเอาเขามา และไม่มีใครคุยกัน”

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าเราไม่ได้เสียหายเยอะ เพราะทางช่องเป็นคนรับผิดชอบ คุณหญิงแมงมุม เผยว่า “ตอนนั้นก็เสียเงินตัวเองไปเหมือนกัน เพราะเราต้องจ่ายล่าช้า ค่าอะไรต่างๆ อย่างเรื่อง รัตนาวดี ที่ต้องไปถ่ายเมืองนอก แต่ทางช่องน่ารัก เข้าใจและดูแลเรา ส่วนคดีของเขาก็มีอยู่ แต่ว่าต้องถามทางช่อง แต่คดียังไม่จบค่ะ เป็นเรื่องของช่องกับเขา ก็อยากจะบอกคนทำงานว่าก็ดูดีดีค่ะ” ถามเรื่อง ‘น้องจีน่า’ ญีน่า ซาลาส นางเอกเรื่อง รัตนาวดี ที่ไปเซ็นสัญญากับช่อง 3 แล้ว คุณหญิงแมงมุม ถึงกับยืนนิ่งและพูดด้วยน้ำเสียงสั่นว่า “อย่าถามเรื่องนี้เลย ก็เสียความรู้สึกมาก(ร้องไห้) พูดเรื่องนี้ไม่ได้เลย ก็รักเหมือนลูก” ผู้สื่อข่าวถามต่อ เราจะเซ็นสัญญากับนักแสดงใหม่ๆ หรือเปล่า คุณหญิงแมงมุม เผยว่า “ไม่ให้ใครเซ็นสัญญาแล้วค่ะ เข็ด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเซ็นใครเลย เซ็นไปแค่คนเดียว ตอนนี้สร้างนักแสดงใหม่ขึ้นมา เราก็สร้างนักแสดงคุณภาพให้เข้าไปอยู่ในวงการช่องไหนก็ใช้ได้ สัญญาคงไม่เซ็น ไม่รู้จะเซ็นไปทำไม เพราะสัญญาไม่มีประโยชน์อะไร เราเคยลองแล้ว เซ็นไปก็เท่านั้น อยู่ที่บุคคลมากกว่า ถ้าเขาแฮปปี้ทำงานกับเรา เราก็ทำงานกันต่อไปได้ ถึงขนาดตอนเซ็นเราก็ไม่ได้ห้ามถ้าจะเล่นที่อื่น เราให้เล่นได้หมด”

ที่มา>>>ข่าวสด

น้องแพร พริตตี้สาว เปิดใจเหตุแฉดาราหนุ่ม ขอเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายที่ถูกทำร้าย(คลิป)

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. จากกรณีพริตตี้แฉดาราหนุ่ม นักแสดงหน้าใหม่จากละคร “น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์” ออกอากาศทางช่อง 3 นอกใจและทำร้ายร่างกายลูก 3 เดือนนั้น ที่ตึกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส สาวแพร-ชนิตา สุวรรณานุช อายุ 25 ปี ได้เดินทางมาให้สัมภาษณ์ในรายการ EFM ON TV พร้อมให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ได้รู้จักฝ่ายชายในเทอมสุดท้ายที่จะเรียนจบ โดยฝ่ายชายเป็นคนเข้ามาจีบเรา คบกันมาปีกว่าๆ ถึงแต่งงานกัน ตอนนั้นลูกอายุได้ประมาณ 5-6 เดือน พ่อแม่ฝ่ายชายทราบเรื่องมีลูก แต่ไม่ทราบเรื่องแต่งงาน ที่ยังแต่งงานกันทั้งที่ทำร้ายลูก เพราะไม่มีใครทราบเรื่อทำร้ายร่างกาย แต่พ่อแม่ต้องการให้แต่งงานเพื่อหน้าตา ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้เต็มใจและทราบว่าฝ่ายชายมีคนอื่นหลังจากแต่งงานได้เพียง 1 เดือน  น้องแพร กล่าวว่า ก่อนเข้าวงการฝ่ายชายเป็นคนเทคแคร์ ใส่ใจ และเข้ากับเพื่อนๆเราทุกคนได้ดี แต่หลังจากเริ่มเข้าวงการพบว่าเปลี่ยนไป ไม่สามารถใช้ชีวิตกับเราได้ตามปกติ ไม่สามารถไปไหนด้วยกันนอกบ้านได้ มีความโมโห ขี้หงุดหงิด เราทำอะไรไม่พอใจก็พร้อมจะปรี๊ดใส่เรา จริงๆ คิดจะเลิก แต่ฝ่ายชายบอกว่าไม่ได้เพราะยังรักลูก อยากอยู่กับเรา จึงต้องปล่อยให้เขามีโลกของเขา โดยช่วงแรกฝ่ายชายไม่ได้มีรายได้นัก จึงเป็นแม่เราที่เป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ เพราะตนเองก็ยังไม่มีงาน

“สำหรับลูกหลังจากโดนทำร้ายบอบช้ำ แต่น้องยังร่าเริง ได้หาหมอตรวจเช็คสภาพร่างกาย และดูแลจิตใจตัวเอง ซึ่งตอนนั้น เราแยกกันอยู่ เราให้โอกาสเขาด้วยการไม่แจ้งความ ไม่เปิดเผย เพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องร้ายตอบ แต่ดึงตัวเองออกมาดีกว่า ซึ่งขณะนั้น เหมือนฝ่ายชายไม่มีสติ จัดการกับการร้องไห้ของลูกไม่ได้ และยังเป็นคนอารมณ์ร้อนเป็นทุนเดิม” น้องแพร กล่าว

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดการทำร้ายลูกขึ้นนั้น น้องแพร กล่าวว่า เกิดขึ้นช่วงหลังๆ ฝ่ายชายมีอารมณ์หงุดหงิดโมโห เราก็เลี้ยงลูกเหนื่อย เขาก็ทำงานเหนื่อยเลยปะทะกัน ซึ่งทุกครั้งก็จะขับรถออกมา หรือไปอยู่กับเพื่อน จะมีทำร้ายร่างกายเรา ทำลายข้าวของ มีประมาณ 2-3 ครั้ง ที่ทำร้ายเราก่อนเลิกกันขาด ส่วนทำร้ายลูกนั้น ครั้งเดียว ที่ต้องเลิกกันขาดคือหลังจากที่ฝ่ายชายมาบอกว่า ไม่สามารถอยู่แบบแอบๆซ่อนๆได้ แม้ว่าจะเสียดายที่ผ่านอะไรมาด้วยกัน แต่ฝ่ายชายบอกว่ากลัว ความเสี่ยงสูงที่คนจะรู้ว่ามีลูกเมียแล้ว ก็เลยยอมให้ฝ่ายชายไปมีอนาคตที่ดี แต่ก็ยังวนเวียนเพราะลูก

สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องออกมาโพสต์ น้องแพร กล่าวว่า เป็นเพราะที่บอกว่าเลิกกันแล้ว แต่ยังมีการติดต่อกันอยู่ แต่ก็มาทราบว่า ฝ่ายชายไปไหนมาไหนกับผู้หญิงคนอื่น ก็จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ลุกขึ้นมาโพสต์ คนบอกว่าทำเพราะหึงหวง หรือกลัวโดนเท ก็คงทำมานานแล้ว แต่แค่ไม่อยากให้ผู้ชายแบบนี้ไปทำกับใคร ซึ่งเราได้เห็นมุมที่ไม่ดี ก็ไม่อยากให้ไปทำร้ายใครแบบเดียวกัน และหลังจากประกาศออกไป ก็มีข้อความเข้ามาว่า โดนเหตุการณ์แบบเดียวกัน คนชื่อนี้ทำแบบนี้ ทีโพสต์ก็ไม่ได้อยากให้ฝ่ายชายมาแสดงความรับผิดชอบอะไร เพราะรู้ดีว่าการโพสต์แบบนี้จะไม่ได้ความรับผิดชอบอะไร แต่อยากตัดขาดจากผู้ชายคนนี้ และอยากขอเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายบนโลกที่โดนแบบนี้

“ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นต้นเหตุตัดอนาคตใครหรือไม่ เพราะเขาก็ยังต้องเลี้ยงพ่อ แม่อยู่ แต่หากสามารถปรับปรุงตัวได้ก็ดีสำหรับตัวเขา ซึ่งที่โพสต์ก็ไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่ออารมณ์เขาอีก”

กรณีที่มีการระบุว่าฝ่ายชายหึงหวงว่ามีการไปแอบคบเพื่อนนั้น น้องแพร กล่าวว่า ที่โกรธมากเพราะไปแอดเพื่อนเขา เพราะกลัวเพื่อนจะรู้ว่า แพรมีลูกกับเขา แต่แกล้งมาหึงหวงว่า จะไปอะไรกับเพื่อนเขา แต่จริงๆก็คือ กลัวเพื่อนรู้ ส่วนที่คุณพ่อโพสต์ ก็ขอกบอกว่า ชอบเผชิญกับความจริงมากอยู่แล้ว

สำหรับโอกาสกับมาดีกัน “คงไม่มีทาง ถ้ากลับไปคงถูกตัดแม่ตัดลูก ถ้าความสัมพันธ์สามี ภรรยาคงไม่มีแล้ว ได้แค่ความสัมพันธ์พ่อลูก ส่วนเรื่องเงินเคยบอกว่า ไม่เอาเงินก็ได้ แต่อยากได้เอกสารสำหรับลูก ขออย่างเดียวว่าอย่าให้กระทบแพร กับลูก จะพูดอะไรที่ทำให้ตัวเองดูดีก็ได้แต่อย่าให้กระทบเรา ซึ่งตนไม่ได้ติดต่อครอบครัวฝ่ายชาย ที่ผ่านมา เคยมาอุ้ม มาดูหน้าหลานบ้าง”

ที่มา>>>ข่าวสด

ส่องชีวิตดีๆในบ้านหลังโต”ป๋าต๊อบ-ปีใหม่” นับวันยิ่งหวานมากๆ

เรียกว่าชีวิตดีจริงๆจนหลายคนอิจฉา สำหรับคู่รัก ป๋าต๊อบ ปฏิญญา และนักแสดงสาว ปีใหม่ สุมนต์รัตน์ ที่นับวันความรักมีแต่หวานขึ้นเรื่อยๆ จูงมือพากันไปเที่ยวทั้งในและนอกประเทศตลอดๆ วันหยุดพักผ่อนก็ใช้เวลาอยู่กับบ้าน ออกกำลังกายรักษาสุขภาพ “ข่าวสดออนไลน์” รวบรวมภาพชีวิตดีดีของคู่รักคู่นี้มาฝากกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

ส่องภาพชุด “มด ณปภัช” ในวัย 25 สวยและแซ่บอะไรขนาดนั้น!

เป็นอีกหนึ่งนักร้องเสียงดี มากความสามารถ ที่เข้าสู่วงการบันเทิงมาได้ก็หลายปี สำหรับ มด ณปภัช จากผลงานแรกเริ่มในฐานะนักร้องสาวคู่ดูโอ โฟร์-มด ในปี 2548 ผ่านทั้งงานเพลงและงานแสดง เรียกว่า มดเป็นอีกหนึ่งสาวมากความสามารถ แถมปัจจุบันที่โตขึ้น ทำให้ความแซ่บของสาวมดยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามด้วย “ข่าวสดออนไลน์” จึงขอรวบรวมภาพของสาวมดมาฝากแฟนๆให้ชมกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

กลุ่มแพทย์ฉุกเฉินแย้ง “หมอก้อง” สรวิชญ์ แนะนำปฐมพยาบาลผิดๆ ออกรายการทีวี

กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ หมอก้อง นพ.สรวิชญ์ สุบุญ ออกรายการตีสิบเดย์ มาสาธิตวิธีการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานโรคต่างๆ เช่น ไฟดูด งูกัด ปั๊มหัวใจ การผายปอด เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังจากที่รายการออกไป มีแพทย์ ER (เวชศาสตร์ฉุกเฉิน) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก และมีการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก โดยได้ระบุว่า สิ่งที่หมอก้อง นำไปพูดในรายการนั้น ไม่ตรงกับหลักวิชาการในการปฐมพยาบาล โดยตอนหนึ่งได้ระบุว่า  “หมอก้องออกตีสิบ สอนปฐมพยาบาล ในฐานะหมอ ER ได้ดูแล้วทนไม่ได้จริงๆสิ่งที่บอก งูกัด ให้หาอะไรรัดเหนือบาดแผล สิ่งที่ถูกต้อง ไม่ต้องหาอะไรมารัดหรือขันชะเนาะ ให้พยายามให้ส่วนที่ถูกกัดอยู่นิ่งๆ ขยับน้อยที่สุด ไม่ต้องเอาเชือกรัด ไม่ต้องดูดเลือดออกจากแผลแบบ พระเอกในละคร สิ่งที่บอก งูแมวเซากัด พิธีกรบอกจะมีอาการง่วงๆ ให้ปลุกให้ตื่นถ้าหลับอาการจะแย่ แต่คุณหมอก็เออออ สิ่งที่ถูกต้อง งูแมวเซามีพิษต่อระบบเลือด มีผลให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ จึงอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติได้ แต่ไม่เกี่ยวกับทำให้ง่วง แต่บางคนที่โดนงูกัดแล้วมีอาการเหมือนง่วงนอน ที่จริงแล้วเป็นงูพิษจำพวกที่เป็นพิษต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง แม้กระทั่งหนังตา จึงทำให้หนังตาตก ตาจะปิดลืมตาไม่ขึ้นดูเหมือนคนง่วงนอน แต่ความจริงไม่ได้ง่วง มัวแต่ปลุกไม่ช่วยอะไร” เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการระบุ ถึงสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกหลายจุด โดยพบว่า มีผู้นำข้อความดังกล่าวไปโพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวของหมอก้อง ซึ่งหมอก้อง ได้ตอบกลับข้อความดังกล่าวว่า “ขอบคุณครับ ไม่มีไรหรอกครับผม ข้อมูลทางวิชาการที่นำไปออกรายการผมก็ได้มาจากอาจารย์ครับ แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า รายการวาไรตี้ ต้องทำให้ดูสนุก ไม่เครียดกับข้อมูลวิชาการเกินไป ผมว่าลองกลับไปดูรายการย้อนหลังสิครับ” 

หลังจากนั้น ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นแย้งว่า ข้อมูลทางการแพทย์ เป็นเรื่องที่ควรชี้แจงให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้คนเข้าใจผิด และนำไปใช้อย่างผิดๆ 

ที่มา>>>ข่าวสด

นาย แจงสัมพันธ์ เพลง แค่เพื่อน เผยรู้จักตั้งแต่เด็ก-ไม่คิดจีบ

นาย ณภัทร รับไปตีแบดกับเพลง ชนม์ทิดา เพราะบังเอิญเจอ เผยรู้จักอีกฝ่ายตั้งแต่เด็กเพราะเคยทำงานด้วยกันและแม่ของตนกับเพลงสนิทกันด้วย แจงความสัมพันธ์ฝ่ายหญิงแค่เพื่อน ปัดเป็นมือที่ 3 ทำให้อีกฝ่ายเลิกแฟน ย้ำโสดขอโฟกัสงานก่อน

เรียกว่ากำลังมาแรงทีเดียวสำหรับพระเอกหนุ่มดาวรุ่ง นาย ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนักแสดงสาว หมู พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ เพราะตอนนี้มีทั้งผลงานโฆษณาและงานแสดงเพียบ ส่วนเรื่องหัวใจก็ถูกจับตามองว่ากำลังกิ๊กกั๊กกับนักร้องนักแสดงสาว เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวคนสวยของนักร้องดีว่าส์เมืองไทย ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย เพราะมีภาพทั้งคู่ไปต่อยมวยด้วยกัน แถมยังมีคนเห็นทั้งคู่ไปตีแบดด้วยกันอีก นักข่าวเลยถามนายถึงเรื่องนี้หลังมาร่วมงาน “จีดีเอช งอกงาม ยามดี เปิดโลโก้ใหม่” ณ บริษัท หับโห้หิ้น บางกอก จำกัดพระเอกหนุ่มดาวรุ่ง นายณภัทร เสียงสมบุญ

ถามว่าจีบน้องเพลงไหม ไม่ได้จีบครับ เพลงเขาเป็นผู้หญิงฉลาด เก่ง เขาตั้งใจทำงานทำหน้าที่ของตัวเอง เรียนก็เก่งมาก

ซึ่ง นาย เผยถึงความสัมพันธ์กับ เพลง ว่า “คือตอนเด็กผมเคยไปทำงานเดินแฟชั่นแล้วเจอกันตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ถ่ายแบบก็เจอบ่อย อย่างหนังสือดิฉันก็เจอน้าตู่ แล้วก็ตามอินสตาแกรม เป็นเพื่อนครับผม เพลงก็ชอบออกกำลังกายด้วย แล้วก็มาต่อยมวย ตีแบด” ไปไหนด้วยกันบ่อยไหม? “ไม่บ่อยครับ เจอกัน 2 ครั้งเองครับ” แล้วกลับมาสนิทสนมไปตีแบดด้วยกันได้ยังไง? “มีเพื่อนแม่เขานัดไป แล้วบังเอิญไปเจอกันด้วยครับ ไม่ได้ตั้งใจ” หลายคนมองว่ากิ๊กกัน? “อ๋อ ไม่เลยครับ (หัวเราะ)” มีคุยไลน์กันสองคนไหม? “ไม่มีครับ ไม่มีไลน์ส่วนตัว” แสดงว่าคุณแม่ก็สนิทสนมกัน? “ใช่ครับ ด้วยการทำงานในวงการบันเทิงทั้งคู่ครับ” มีข่าวว่าเราเป็นมือที่ 3 ด้วย เพราะน้องเพลงก็มีหนุ่มนอกวงการคุยอยู่แล้ว? “ไม่จริงเลยครับ ไม่ใช่เลยครับ เจอกันแค่ออกกำลังกายตีแบดแค่นั้นแหละครับ”โสดครับผม

จะเดินหน้าจีบน้องเพลงไหม? “ไม่ได้จีบครับ เพลงเขาเป็นผู้หญิงฉลาด เก่ง เขาตั้งใจทำงานทำหน้าที่ของตัวเอง เรียนก็เก่งมากครับ” เขาเป็นสเปกเราไหม? “ก็เป็นคนตลก น่ารักดีครับผม” จะไปคุยกับน้องเรื่องข่าวมือที่ 3 ไหม? “โอ้ ไม่ๆ ครับ ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยครับ” แล้วเราพร้อมที่จะมีแฟนไหม? “ผมก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรนะครับ ถ้าเราเจอใครที่เราคุยแล้วรู้สึกสบายใจ ผมก็ไม่ได้ปิดกั้นอะไรครับ” มีศึกษาใครเป็นพิเศษไหม? “ไม่มีเลยครับ อยากมีเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่ด้วยหน้าที่ของผมทั้งเรียนทั้งเวลาให้ครอบครัว การทำกิจกรรมของตัวผม ตอนนี้เริ่มจะมีงานการแสดงด้วยครับ ก็อยากจะโฟกัสและทุ่มเทด้านนี้ก่อนครับ” จะมีโอกาสได้ร่วมงานกับเพลงไหม? “ยังไม่มีครับ แต่ถ้ามีก็คงดีครับผม” จะมีนัดไปเที่ยวไหม? “ถ้าส่วนตัวคงไม่มีครับ แต่ถ้าบังเอิญเจอกันก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ” แบบนี้จะเกร็งไหมเวลาไปไหนด้วยกันเพราะคนจะจับตามองมากขึ้น? “ไม่เลยครับ สบายๆ ก็เป็นเพื่อนกัน” ตอนนี้ยังเป็นหนุ่มโสด? “โสดครับผม”.

ที่มา>>>Thairath

เก็บตัว MTW2016 ภูเก็ต วันที่ 2 สาวๆ โหนสลิงท่องไพรทำกิจกรรมเพื่อน้อง

30 สาวงาม ผู้เข้าประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016” เก็บตัวจังหวัดภูเก็ตวันที่สอง ร่วมโหนสลิงป่า ท่องไพร ดูฟาร์มหอยมุก ลงเรือยอร์ช ท่องอันดามัน ทำกิจกรรมเพื่อน้องด้อยโอกาสที่ สถานแรกรับพิทักษ์เด็กภูเก็ต…

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2559 บรรดา 30 สาวงามผู้เข้าประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016” เก็บตัวจังหวัดภูเก็ตวันที่สองสุดคึกคัก โดยช่วงเช้า 30 สาวงามฯ สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ รองเท้าส้นเตี้ย เพื่อความทะมัดทะแมงในการทำกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมแรก ทีมงานแบ่งสาวงามฯ ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก หมายเลข 16–หมายเลข 30 ลงเรือ ลากูน่า สปีด โบ๊ต ไปยังฟาร์มไข่มุก ภูเก็ต เพิร์ล เพื่อดูวิธีการเลี้ยงไข่มุก เวลาเดียวกัน กลุ่มที่ 2 หมายเลข 1–หมายเลข 15 ลงเรือยอร์ช ชมความงามของท้องทะเลอันดามัน จากนั้นช่วงเที่ยง ทั้งหมดรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านหมี่สะปำ30 สาวงาม ผู้เข้าประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016”

ทะเล แสงแดด ที่ภูเก็ต ไข่มุกแห่งอันดามัน
มอบดอกไม้ให้กับผู้เข้าประกวด “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016”

ช่วงบ่าย 30 สาวงามฯ เดินทางไปยังสถานแรกรับพิทักษ์เด็กภูเก็ต อำเภอกระทู้ เพื่อบริจาคสิ่งของ ทำกิจกรรมสร้างความสุข ร้อง เต้น เล่นเกม โดยสถานแรกรับพิทักษ์เด็กภูเก็ต เป็นศูนย์ดูแลเด็กด้อยโอกาส เด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก สงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กประชนโฉม ใครสวยกว่ากัน! กลางฟาร์มเลี้ยงหอยมุก ที่ภูเก็ต

สาวงาม ท้าแดดกับสายลม บนเรือเร็ว กลางทะเล
ผู้เข้าประกวด 30 นาง ทำกิจกรรมเพื่อน้องด้อยโอกาสที่ สถานแรกรับพิทักษ์เด็กภูเก็ต

ก่อนที่คณะสาวงามทั้งหมดจะเดินทางต่อไปยัง ทาร์ซาน แอดเวนเจอร์ ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อทำกิจกรรมเสริมสร้างพละกำลัง ทดสอบสภาพจิตใจ อาทิ โรยตัว โหนสลิง ไต่เชือก เดินกลางอากาศ พร้อมรับประทานอาหารเย็น จากนั้นเดินทางกลับที่พัก โรงแรมอังสนา ลากูนา ภูเก็ต.ผู้ประกวด ร่วมกิจกรรมโหนสลิง (อยากโหนสลิงกับเธอ)

สาวงามกับกิจกรรมที่ภูเก็ต
ช่วงระหว่างพักผ่อน ที่ภูเก็ต
ทะเลสวย หรือ สาวงามสวยกว่า หรือว่าพอๆกัน

ที่มา>>>Thairath