ฉุดไม่อยู่!น้ำลำคันฉูหลากทะลักท่วมขยายวง ลามเข้าอำเภอจัตุรัสเพิ่ม 2 หมู่บ้านถูกตัดขาด

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จากอิทธิพลพายุเซินกาทำให้เกิดฝนตกหนักมาต่อเนื่องตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้มีน้ำป่าทะลักจากเทือกเขาในพื้นที่หลายแห่งทั้งที่เขาพังเหย และภูแลนคาและหนักสุดในพื้นที่เขื่อนลำคันฉู เกิดน้ำล้นสันเขื่อนสูงกว่า 1 เมตร ทะลักท่วม เขตอ.บำเหน็จณรงค์ จนเกิดน้ำหลากเข้าท่วมในพื้นที่ได้รับความเสียหายมาต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระลอกที่ 3 เกิดน้ำท่วมใหญ่ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาของการตั้งเป็นอำเภอบำเหน็จณรงค์ ในตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำลดลงแล้วในโซนเศรษฐกิจตัวอำเภอบำเหน็จณรงค์ แต่ยังคงท่วมขังในพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างนับหมื่นไร่ ในเขตรอยต่อ ต.หนองแวง, ต.เกาะมะนาว, ต.บ้านเพชร, ต.หัวทะเล และ 10 หมู่บ้าน 2 ตำบล มีตำบลหัวทะเล บ้านหัวทะเล ม.1 บ้านหัวทะเล ม.11 บ้านหัวสะพาน ม.10 บ้านหัวสระ ม.2- ม.12 บ้านกุ่มหมู่ที่ 3 บ้านโนนสังข์ ม.9 บ้านหนองประดู่ ม.4 และเขต ต.บ้านตาล บ้านท่าศาลา บ้านวังกะอาม ของอ.บำเหน็จณรงค์ ซึ่งน้ำยังทรงตัวและได้รับความเดือดร้อนขยายวงกว้างหนักอีกยังต่อเนื่อง

โดยเฉพาะบ้านกลุ่มหมู่ 3 และบ้านโนนสะอาดหมู่ 9 มีน้ำท่วมขัง รถเล็กไม่สามารถผ่านเข้าไปในหมู่บ้านได้จึงประสานทางกองทัพ บชร.2 และหน่วย นพค.55 นำรถบรรทุก 6 ล้อ หรือ 10 ล้อขนาดใหญ่เข้าช่วยขนส่งคนในหมู่บ้านอย่างทุลักทุเล เนื่องจากมีระดับน้ำสูงและถนนที่ใช้สัญจร ถูกน้ำกัดเซาะจนพังเป็นหลุมขนาดใหญ่ ซึ่งทางจังหวัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวทะเล หน่วยกู้ภัยฮุก 31 และองค์กรส่วนท้องถิ่นเข้าให้ความช่วยเหลือกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเต็นท์อำนวยความสะดวก ตลอด 24 ชม.

ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงบ้างแล้ว 20-30 ซม. โดยมวลน้ำนี้ได้ไหลหลากล้นอ่างเก็บน้ำห้วยทรายเข้าท่วมต่อที่ บ้านหนองลูกช้าง บ้านขาม ตำบลบ้านขาม อ.จัตุรัส สูงกว่า 2-3 เมตรทำให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 180 หลังคาเรือนถูกตัดขาดทันที ต้องใช้เรือท้องแบนขนส่งผู้คนเพียงอย่างเดียว รวม 7 ตำบล 95 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรไร่นาเสียหายกว่า 50,000 ไร่

ด้านนายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นำคณะเหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิลงพื้นที่ช่วยเยี่ยวยาเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านหนองลูกช้าง ในครั้งนี้เพื่อมอบถุงยังชีพให้กับราษฎรที่ในพื้นที่หมู่บ้านดังกล่าวในเบื้องต้นด้วยเช่นกัน

นายสำเภา เทียนขุนทด อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 30 บ้านหนองลูกช้าง ม.3 ต.บ้านขาม อ.จัตุรัส กล่าวว่า ในหมู่บ้านดังกล่าวจะมีพื้นที่คล้ายเกาะถูกน้ำท่วมล้อมรอบ ถูกตัดขาดเพราะกระแสน้ำมีความรุนแรง และการเข้าออกชุมชนไม่สามารถใช้รถทุกชนิดผ่านเข้าออกได้ ต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะต้องถูกน้ำท่วมขังในพื้นที่นานต่อจากนี้ไปกว่า 3 สัปดาห์-1เดือนขึ้นไป เพราะเป็นแอ่งกระทะไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ง่ายๆ รวมทั้งขณะนี้การไฟฟ้าก็จำเป็นตัดตัดกระแสไฟในหมู่บ้านทั้งหมดไว้ก่อน จึงทำให้ราษฎรในพื้นที่กว่า 180 ครอบครัวต้องได้รับความเดือดร้อนหนักสุดในขณะนี้ด้วย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

ตาย 2 ศพสยองงานบวช!ยกฉัตรไม้ไผ่เกี่ยวสายไฟแรงสูง ชอร์ตร่างไหม้เลือดทะลักออกปาก

สลดชาวบ้านช่วยกันยกฉัตรไม้ไผ่ตกแต่งงานบวชพลาดถูกสายไฟฟ้าแรงสูง ชอร์ตร่างไหม้เกรียม ญาติเร่งนำส่งโรงพยาบาลเพื่อปั๊มหัวใจ แต่สุดท้ายยื้อไม่ได้ตาย 2 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 2

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 9 มิ.ย. ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทรมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีคนถูกไฟฟ้าชอร์ตได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 4 ราย ถูกนำตัวส่งมารักษายังโรงพยาบาลวังทอง จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่รพ.วังทองพบว่ามีบรรดาญาติของผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ต่างยืนเฝ้ารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็นห่วง และอยู่ในอาการตกใจร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก สอบถามทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายพิษณุ ศรีหบุตร อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 11 ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 2.นายอนิรุทธิ์ เอี่ยมแจง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168/ หมู่ 8 ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 3.นายณรงค์ สินสมุทร อายุ 43 ปี และ 4.นายประดิษฐ์ ชมเชย อายุ 27 ปี ทั้งคู่เป็นชาว อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย

 สภาพแต่ละคนถูกไฟฟ้าชอร์ตตามร่างกายหลายแห่ง จนเป็นรอยไหม้เกรียมและมีแผลพุพอง นอนหมดสติอยู่ในห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่แพทย์และพยายามต้องช่วยกันเร่งปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่อง ต่อมาผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย มีอาการสาหัสชีพจรไม่ตอบสนอง ทำให้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา คือนายประดิษฐ์ ชมเชย และนายอนิรุทธิ์ เอี่ยมแจง ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย อาการยังสาหัส กู้ภัยบูรพาส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ต่อมา ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทรมณี เจ้าของคดี ลงพื้นไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ บริเวณหน้าร้านสุขสมัยศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ตั้งอยู่เลขที่ 155 หมู่ 8 ริมถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ต.วังทอง อ.วังทอง

จากการสอบถามทราบ ว่าระหว่างเกิดเหตุชาวบ้านกำลังเตรียมจัดงานบวชหลานชายเจ้าของร้านอยู่ ผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนหน้าเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 คน เดินทางมาช่วยกันยกฉัตรงานบวชหน้าร้านดังกล่าว แต่ระหว่างที่ยกฉัตรที่ทำด้วยไม้ไผ่สูงกว่า 5 เมตร มีลมพัดแรงทำให้ฉัตรไม้ไผ่ไปพาดกับสายไฟฟ้าแรงสูงที่มีกำลังไฟกว่า 100,000 โวลต์ จนแต่ละคนถูกไฟชอร์ตเข้าร่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง มีเลือดไหลออกทางปากและจมูก ก่อนจะมีชาวบ้านที่มาร่วมงานเห็นเหตุการณ์ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลวังทองดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า สาเหตุเกิดจากไม้ไผ่ที่ตัดนำมาทำเป็นฉัตรนั้น สภาพไม้มีความสดและชื้น ประกอบกับพื้นดินเปียก ทำให้เมื่อไปถูกกับสายไฟฟ้าแรงสูงที่อยู่ใกล้กัน กระแสไฟฟ้าได้วิ่งตามลงมากับไม้ไผ่ชอร์ตเข้าร่างจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

คนใช้ถนน งง แท่งเหล็กกั้นทางเท้าป้องกันจยย. ขวางวีลแชร์ รถเข็นเด็ก แต่ จยย.วิ่งเหมือนเดิม

ปัญหาทางเท้ายังคงเป็นเรื่องที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้เดินถนน เหตุเพราะรถจักรยานยนต์มักแอบขึ้นไปขับ โดยพบว่าสมาชิกพันทิป DryDrEaM ได้ตั้งกระทู้ “นโยบายสร้างที่กั้นมอไซบนทางเท้าแบบนี้ มีประโยชน์มากแค่ไหนครับ” พร้อมกับมีภาพประกอบ และการตั้งข้อสงสัยว่า การสร้างที่กั้นลักษณะดังกล่าวช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ เพราะรถจักรยานยนต์ก็ยังแอบใช้ ส่วนกลุ่มคนที่จะมีปัญหา เช่น คนใช้วีลแชร์เป็นต้น

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแล้วคนจ้างวานฆ่าหนุ่มอังกฤษดับคาปอร์เช่หลังหนีซุกกัมพูชา ส่งตร.รับตัวมาดำเนินคดีที่พัทยา

จากคดีสุดอุกอาจเมื่อคนร้ายประกบยิงหัวนายโทนี่ เคนเวย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ เสียชีวิตคารถปอร์เช่ คาเยน บริเวณหน้าสานิตย์สปอร์ตคลับ ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยภรรยาชาวไทยเผยสามีทำธุรกิจเว็บไซต์และไม่เคยมีเรื่องกับใคร แต่พักหลังขัดแย้งธุรกิจกับหุ้นส่วน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจ สอบกล้องวงจรปิดจับภาพมือปืนได้ชัดเจน มีลักษณะอ้วน สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำและหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า โดยมายืนรอผู้ตายอยู่หน้าสปอร์ตคลับแล้วเดินตามมาประกบยิงในรถหรูระยะเผาขน 1 นัด จากนั้นวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้ายอีกคนจอดรออยู่แล้วหลบหนีไปเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก ทั้งฝ่ายทหารและตำรวจภูธรจากสถานีตำรวจภูธรคลองใหญ่ นำรถตู้ตำรวจและรถยนต์ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ สีน้ำเงิน และรถตำรวจสภ.คลองใหญ่ เดินทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ผ่านเข้าไปยังบ้านจามเยี่ยม อ.มณฑลเสมา จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีรายงานข่าวจากทหารเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดว่า มีการจับกุมคนร้ายฆ่านายโทนี่ เคนเวย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ ได้ในกัมพูชา และจะนำตัวมาส่งที่ตม.คลองใหญ่ เพื่อส่งให้ทางสภ.คลองใหญ่ดำเนินคดี เพื่อส่งตัวไปยังสภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ต่อไปน.อ.สมรภูมิ จันโท ผบ.หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เปิดเผยว่า คนร้ายที่ทางการกัมพูชาจับได้นั้น ไม่ได้เป็นผู้ยิง แต่เป็นผู้จ้างวาน ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน และทางกัมพูชาจะประสานงานกับทางฝ่ายไทย เพื่อมอบให้ตำรวจสภ.คลองใหญ่ แต่ไม่ทราบว่าจะเดินทางมากี่โมงพ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.คลองใหญ่ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากฝ่ายทหารนาวิกโยธิน พื้นที่จ.ตราดว่า ทางการของกัมพูชาได้จับกุมผู้จ้างวานไว้จริง แต่การส่งตัวมาดำเนินคดีในไทยนั้น ทั้งสองประเทศไม่มีสัญญาเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นแค่การดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการ และเป็นการผลักดันเข้ามา และให้ทางตำรวจสภ.คลองใหญ่จับตัว และส่งไปดำเนิคดีในพื้นที่เกิดเหตุเท่านั้น ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของทางไทย จากนั้น จะนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปที่สภ.หนองปรือในบ่ายวันนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่แก้บนเปลญวน!! ฮือฮา‘เจ้าปู่เหมราช’ให้โชคถูกหวย ขอพรสมหวังทุกราย

 “เจ้าปู่เหมราช”ยังขลังให้เลขเด็ด-เลขดัง ขอพรสมหวังทุกราย ชาวบ้านนำเปลญวนแก้บนเนืองแน่น พร้อมระบุ ห้ามนำ “ลาบวัว” ถวายเด็ดขาด

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 ก.พ.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลเจ้าปู่เหมราช ซึ่งตั้งอยู่ ริมถนนสาย อ.ชนบท-อ.มัญจาคีรี ตรงข้ามกับวิทยาลัยการอาชีพ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ยังคงมีประชาชนจำนวนมากนำเปลญวนมาถวายเพื่อแก้บน ด้วยการผูกติดไว้กับต้นแก ที่ปลูกไว้อย่างหนาแน่นโดยรอบศาลเจ้าปู่ บนเนื้อที่เกือบ 1 ไร่ รวมทั้งการนำอาหารอีสานพื้นบ้าน อาทิ นึ่งปลา-ตำแจ่ว-ข้าวเหนียวและผักสด นำมาถวายเพื่อแก้บนหลังสมหวังตามที่ใจปรารถนา จากการที่ได้มาขอพรและบนบานกับศาลเจ้าปู่ไว้ทีมข่าวจึงลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูล พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังนำเปลญวนมาถวาย รวมทั้งเปลี่ยนเชือกที่ผูกมัดติดกับเปลญวน หลังพบว่ามีการชำรุดทรุดโทรมไปตามสภาพกาลเวลา รวมทั้งการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ โดยบริเวณศาลเจ้าปู่เหมราช แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วยส่วนที่เป็นที่ตั้งองค์ศาลเจ้าปู่ 2 หลัง โดยมีศาลพระภูมิเจ้าที่ตั้งอยู่ด้านซ้าย 2 หลัง และด้านหลัง อีก 1 หลัง ขณะที่ด้านขวาในบ่อน้ำมีศาลปู่ตา อีก 1 หลังนางถวิล ชมชื่น อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 ม.11 ต.ชนบท อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ศาลเจ้าปู่มเหศักดิ์ เป็น 1 ใน 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ปกปักรักษาคนชนบทมาอย่างยาวนาน ซึ่งคนชนบทและคนในอำเภอใกล้เคียงจะแวะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลทุกครั้งที่เข้ามาในพื้นที่ โดยเจ้าเหมราช จะตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตก เจ้าพ่อมเหศักดิ์ จะตั้งอยู่ทิศตะวันออก และเจ้าพ่อกรมทาจะตั้งอยู่ทิศเหนือของตัวอำเภอ แต่องค์เจ้าปู่เหมราชนี้ เป็นผู้มีจิตใจดี มีบารมี วาสนา ชอบพบปะผู้คน และเป็นผู้ที่มีแต่ให้ ดังนั้นจึงมีประชาชนแวะมากราบไหว้และพักผ่อนหย่อนใจในสถานที่แห่งนี้เป็นประจำ และที่สำคัญท่านยังคงมีชื่อเสียงในเรื่องของการขอพรอะไรแล้วมักจะสมหวังทุกราย“ช่วงปลายเดือน ม.ค.ได้มาขอพรหลวงปู่ขอให้ถูกหวย ซึ่งก็ถูกจริงๆ และสอบถามคนในอำเภอก็มักจะมาขอหรือบนบานต่างๆ ทั้งในเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน การเลื่อนตำแหน่ง การสอบแข่งขัน หรือแม้กระทั่งเรื่องความรักหรืออุปสรรคต่างๆ ล้วนสมหวังทุกราย และเมื่อสมหวังแล้วก็จะมาแก้บนด้วยการนำเปลญวนมาถวายโดยรอบศาลเจ้าปู่ ซึ่งหากนับรวมเปลญวนที่นำมาถวายแล้วนั้นคาดว่ามีมากกว่า 500 ปาก เห็นจะได้ การนำเปลญวนมาถวายนั้นได้รับความนิยมมาเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา”นางถวิล กล่าวต่ออีกว่า การถวายเปลญวนนั้นมีความเชื่อว่าหากให้เจ้าปู่เหมราชได้อยู่สุขสบาย ตนเองก็จะอยู่สุขสบายด้วยเช่นกัน จึงเป็นมูลเหตุของการแก้บนด้วยเปลญวน ขณะที่คนทรงในพื้นที่ก็บอกว่าเจ้าปู่เหมราชนั้นมักจะเรียกเปลญวนว่าโต๊ะจีน เพราะเวลาเจ้าปู่ต่างๆที่มาหาหรือเวลาพูดคุยกันของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าปู่เหมราชชอบนั่งเปลญวนหรือใช้เปลญวนรับแขก เพื่อหารือกันกันในรูปแบบสบายๆไม่ชอบเป็นทางการมากนัก อย่างไรก็ตามในเรื่องของอาหารหรือเครื่องเซ่นไหว้นั้น เจ้าปู่เหมราชชอบรับประทานอาหารอีสานพื้นบ้านอย่างนึ่งปลา ตำแจ่ว ข้าวเหนียวและผักสด ส่วนที่นำพวกหัวหมู ไก่ต้ม หรือเป็ดต้มมาถวายนั้นท่านจะรับไว้แต่จะส่งต่อให้บริวาร เนื่องจากท่านไม่ชอบและห้ามนำลาบวัว มาถวายท่านเด็ดขาดเนื่องจากท่านไม่ชอบ ทั้งนี้คนชนบทจะมีพิธีทำบุญให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 แห่ง ในเดือน มี.ค.ของทุกปีที่ถือเป็นงานบุญประเพณีใหญ่ของชาวชนบทอีกด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนบ้านได้ยินเสียงระเบิด วิ่งมาดูเห็นไฟลามไหม้บ้านยายวัย 69 ก่อนถูกคลอกดับคาห้องครัว

วันที่ 4 ก.พ. ร.ต.อ.ไชยยณัฐ มาพงษ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สาขลา จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุไหม้บ้านเลขที่ 285 หมู่ 4 ต.นาเกลือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.นาเกลือ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญ

ที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันและแสงเพลิงพวยพุ่งออกจากบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกจนร่างไหม้เกรียม 1 ราย ทราบชื่อคือน.ส.อุไร ฉ่ำเฉื่อย อายุ 69 ปี เป็นเจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตอยู่ในบริเวณห้องครัว

จากการสอบถามเพื่อนบ้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้นอนอยู่ที่บ้านซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 30 เมตร จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง เพื่อนบ้านคนดังกล่าวจึงรีบวิ่งออกมาดู ก็เห็นไฟกำลังลุกไหม้บ้านของน.ส.อุไร จึงตะโกนเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่บริเวณนั้นไปช่วยกันดับไฟ และโทรศัพท์แจ้งไปที่ อบต.นาเกลือเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่รถน้ำดับเพลิงเข้าไปที่เกิดเหตุไม่ได้ เพราะบ้านที่เกิดเหตุอยู่หลังหมู่บ้านต้องใช้เครื่องดับเพลิงแบบหามอย่างเดียว โดยที่เกิดเหตุมีแหล่งน้ำเพราะอยู่ติดกับบ่อเลี้ยงกุ้งของน.ส.อุไรเอง กระทั่งไฟลามไหม้บ้านจนน.ส.อุไร เสียชีวิตดังกล่าว

ร.ต.อ.ไชยยณัฐ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้คาดว่าผู้ตายอยู่บ้านตามลำพังและอายุมากแล้ว โดยได้เข้าไปทำกับข้าวในห้องครัวแล้วเกิดเป็นลมขณะทำกับข้าว ช่วงจังหวะเปิดแก๊สอยู่เลยทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ภูมิใจกับอาชีพที่โดนดูถูก! เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของเกษตรกรปลูกกล้วยส่งเซเว่นฯ (ชมคลิป)

ยิ่งตลาดสุขภาพขยายตัวกว้างขึ้น คนเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพมาขึ้น ผู้ที่มองเห็นช่องทาง ได้รับคำปรึกษาและการสนับสนุนที่ดี แม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ หนึ่งในธุรกิจเอสเอ็มอีที่กำลังไปได้สวยก็คือ สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี แหล่งผลิตกล้วยหอมสำคัญที่ส่ง “กล้วยหอมทอง” เข้ามาวางจำหน่ายยังร้านเซเว่น อีเลฟเว่น    สำหรับใครที่เข้าไปซื้อของที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นประจำ จะต้องเห็นกล้วยหอมทองบรรจุถุงพลาสติกวางจำหน่ายบริเวณเคาท์เตอร์ชำระเงิน ซึ่งนับว่าเป็นผลดีของผู้บริโภคที่นอกจากจะอิ่มสะดวกสำหรับชีวิตที่รีบเร่งของชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑลแล้ว ยังได้รับประทานกล้วยหอมคุณภาพดีที่ส่งตรงจากสวนในจังหวัดเพชรบุรีทุกวันอีกด้วย ในขณะเดียวกันเกษตรกรก็ได้รับผลดีไปด้วย ลองดูคลิปที่สร้างจากเรื่องจริงของคุณสมยศ ดำเพิง พนักงานออฟฟิศที่ตัดสินใจลาออกและหันมาเป็นเกษตรกร หนึ่งในเกษตรกรของกลุ่มสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่ปลูกกล้วยหอมทองส่งขายยังเซเว่น อีเลฟเว่น  ซึ่งจะมาเล่าเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของการประกอบอาชีพเกษตรกร ที่กว่าจะลืมตาอ้าปากได้ ต้องผ่านอุปสรรคนานาประการ

สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้มีการจัดโครงการกล้วยหอมทอง โดยรับซื้อกล้วยหอมทองจากเกษตรกร เพื่อส่งออกและส่งเข้าไปขายยังร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มียอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากเรื่องคุณภาพสินค้าแล้ว คือการได้รับคำแนะนำจากเซเว่น อีเลฟเว่น และการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ทันสมัยและสะดวกสบายต่อผู้บริโภคมากที่สุด เมื่อมีการวางระบบที่เข้มแข็ง รวมทั้งได้รับคำปรึกษาและการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนรายใหญ่อย่างเซเว่น อีเลฟเว่น จึงไม่ใช่เรื่องยากที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมกับกลุ่มสหกรณ์ฯท่ายาง จากเดิมที่เคยส่งขายยังเซเว่นฯ เพียง 900 ลูกต่อวัน เพิ่มเป็นหลักหมื่นภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี   ไม่เพียงแต่สินค้าเอสเอ็มอีในภาคการเกษตรเท่านั้น แต่เซเว่น อีเลฟเว่นยังมีการจัดจำหน่ายสินค้าจากเอสเอ็มอีประเภทอื่นๆ กว่า 6,300 รายการ ผ่านทางหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง บริษัทในกลุ่ม ซีพี ออลล์ และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นเรื่อยๆ ตามนโยบายที่จะเดินหน้าสนับสนุนและส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ที่มา>>>ข่าวสด

2สาวถูกแก๊งขี้เมาใช้ขวดฟาดหัวเลือดอาบ ลากไปกลางถนน กรีดหน้าซ้ำจนเสียโฉม

เว็บไซต์ เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนรายงานว่า สังคมออนไลน์ต่างหวาดผวาและโกรธแค้นกรณีที่แก๊งชายหนุ่มรุมทำร้ายนักท่องเที่ยวหญิง 2 คนสาวผู้เสียหายที่มีแซ่ว่า “ตง” โพสต์ภาพถ่ายใบหน้าเธอและเพื่อนอีกคนในสภาพบวมเลือด ดวงตาบอบช้ำ และรอยเย็บแผลบริเวณขอบจมูก 6 เข็ม ในโซเชี่ยลมีเดียจีน “เวยป๋อ” เมื่อวันที่ 24 ม.ค.เหตุเกิดภายในร้านบาร์บีคิวอาหาร ที่เมืองลี่เจียง มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้วคนร้ายมีอาการเมาสุราใช้ขวดเบียร์ฟาดศีรษะน.ส.ตงจากด้านหลัง จากนั้นทุบตีและลากออกไปริมถนน ก่อนใช้เศษขวดแก้วกรีดใบหน้าหญิงสาว เพื่อต้องการให้เธอมีแผลเป็นตลอดชีวิต
น.ส.ตงกล่าวว่า หนึ่งในกลุ่มคนร้ายใช้มือถือบันทึกคลิป โดยไม่มีใครเข้ามาช่วยห้ามปราม จากนั้นคว้าโทรศัพท์มือถือของหญิงสาว 2 คน และบอกให้แจ้งตำรวจว่า “ประสบอุบัติเหตุ” และขู่ว่ามีสายสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยเหตุนี้ ตำรวจอาจไม่สอบสวนคดีได้ ตนจึงเปิดเผยเรื่องราวในโลกออนไลน์เพียงวันเดียว สำนักงานความปลอดภัยสาธารณะประจำเมืองลี่เจียงออกมาชี้แจงว่า ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานสอบสวนคดีนี้ และจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 6 คน ในจำนวนดังกล่าวเป็นคนว่างงาน 2 คน ส่วนอีก 4 คน ทำงานระดับเล็กๆเซี่ยงไฮ้อิสต์รายงานว่า ในประเทศจีน หากใครไม่ได้รับความยุติธรรม สามารถใช้โซเชี่ยลมีเดียร้องขอความเป็นธรรมได้เสมอ

ที่มา>>>ข่าวสด

พลเมืองดีเก็บกระเป๋าเงิน “ริว” คืน! หนุ่มจิตสัมผัสปลื้มถึงกับยกเงินให้หมดกระเป๋า

จากกรณีที่พลเมืองดีเก็บกระเป๋าเงินของนายปาณรวัฐ ลิ่มรัตนาอาภรณ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ริว จิตสัมผัส” พิธีกรชื่อดัง ได้บริเวณ ถ.นครอินทร์ หน้าหมู่บ้านราชพฤกษ์ ภายในมีเงินสดจำนวนหนึ่งและเอกสารหลายฉบับ โดยพลเมืองดีนำมาแจ้งที่ จส.100 และ จส.100 ได้ประกาศให้พิธีกรชื่อดังมารับกระเป๋าเงินคืน เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมาเวลาต่อมา พิธีกรชื่อดัง เดินทางมารับกระเป๋าคืน โดยริว มอบเงินทั้งหมดในกระเป๋าให้แก่พลเมืองดี 2 คน เป็นพนักงานร้าน เอสบี เฟอร์นิเจอร์ ที่เก็บกระเป๋านำส่งคืนเจ้าของด้วย ริวกล่าวว่า เงินในกระเป๋านี้ ตนตั้งใจนำไปทำบุญที่คำชะโนด แต่เมื่อไปมาแล้วคนเยอะเลยไม่ได้ทำบุญ กลับมาก็ทำกระเป๋าหาย เมื่อได้รับคืนจึงขอมอบเงินให้แก่พลเมืองดีดังกล่าว

โดย ริว โพสต์ภาพในอินสตาแกรมระบุว่า
กราบขอบพระคุณ พี่จรินทร์ จันท์วงค์ และพี่ณรงค์ สายโสภา พนักงานบริษัท sb เฟอร์นิเจอร์ ที่เก็บกระเป๋าเงิน ริว ได้ แล้วนำมาส่งมอบคืน โดยของทุกอย่างที่อยู่ในกระเป๋าอยู่ครบ (ผมถามพี่เค้าว่าทำไมไม่เอาไปเลยครับ เพราะไม่มีใครรู้ พี่เค้าตอบผมว่า ตอนที่เก็บได้พอเปิดกระเป๋าดู แล้วรู้ว่านี่กระเป๋าเงิน ริว พี่เค้าคิดว่าเงินนี้พี่ริวต้องเอาไปทำบุญแน่ๆ รีบเอาคืนดีกว่า อีกอย่างพี่เค้าบอกว่าไม่ว่าเงินใครเค้าก็ไม่เอา) ผมมจึงตอบแทนน้ำใจและความดีที่พี่เค้าทำ ด้วยการมอบเงินที่มีทั้งหมดในกระเป๋าเงินให้พี่ทั้งสองคนไป เพราะเงินนี้ตั้งใจทำบุญอยู่แล้ว อีกอย่างเพราะพี่ทั้งสองเป็นคนดี ยิ่งควรค่าแก่การได้เงินจำนวนนี้ไป (ขอบพระคุณคนดีของแผ่นดิน)

ที่มา>>>ข่าวสด

“เบนซ์ เรซซิ่ง” เจอดราม่ากลับคลิปบิดเกือบ 300 บนถนน งง ตกลงแพท ด่าใคร! (คลิป)

จากที่หนุ่มเบนซ์ สามีนางเอกคนสวย แพท-ณปภา ลุกขึ้นมาโพสต์เฟซบุ๊กพร้อม ว่า จะจัดการขั้นเด็ดขาด กับโซเชียลที่มีการพาดพิงบางอย่างถึงหนุ่มเบนซ์ โดยเขียนว่า “ลบไปก็เท่านั้นหละ หลักฐานผมพร้อมหมดแล้วเจอกันในศาล” พร้อมติดแฮชแท็กด้วยว่า #เด๋วได้รู้ว่าใครจะเปิดการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์”ต่อมาพบว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นดังกล่าวในโลกออนไลน์ว่า สาเหตุเกิดมาจากอะไร และพบว่า ก่อนหน้านั้น หนุ่มเบนซ์มีการโพสต์คลิป ระหว่างที่รถจักยานยนต์คันหนึ่งกำลังขับขี่อยู่บนถนนที่คล้ายกับทางยกระดับ ด้วยความเร็วถึง 267 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงการเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเช่นเดียวกันขณะที่ ภรรยาคนสวย ว่าที่คุณแม่ อย่างแพท ที่เข้ามาคอมเม้นท์ว่า “รอเลย ทำไรจะได้คิด เยอะๆ คนเรา ทำอะไร ต้องคิดก่อน อย่าทำเพราะสนุก แล้ว สร้าง ความเดือดร้อนให้ คนอื่น” ทำให้ชาวเน็ต มีความข้องใจว่า ตกลงแล้วสาวแพท สนับสนุน หรือ กำลังตักเตือนหนุ่มเบนท์ กันแน่

ที่มา>>>ข่าวสด