รถไฟ ‘แอ็มแทร็ก’ในสหรัฐฯ ชนโครม แบ็กโฮ จนตกราง ดับ 2 เจ็บ 31

(ภาพ: AFP)

รถไฟโดยสารของ แอ็มแทร็ก ชนรถแบ็กโฮ บนรางรถไฟระหว่างทางไปเมืองซาวานนาห์ รัฐจอร์เจีย เป็นเหตุให้หัวรถจักรตกราง และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย…

สำนักข่่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสารของ องค์การขนส่งมวลชนแห่งชาติ หรือ แอ็มแทร็ก ซึ่งกำลังเดินทางจากนครนิวยอร์กไปยังเมืองซาวานนาห์ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ พร้อมผู้โดยสาร 341 คน และพนักงานบนรถอีก 7 คน ชนเข้ากับรถแบ็กโฮ ซึ่งกำลังอยู่บนรางรถไฟ ในจุดที่ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟีย ไปทางใต้ประมาณ 15 ไมล์ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างประจำรถไฟแอ็มแทร็กเสียชีวิต 2 คน

แอ็มแทร็กระบุผ่านแถลงการณ์ว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 8:00น. วันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้หัวรถจักรของรถไฟ พัลเมตโต (Palmetto) หมายเลข 89 ตกราง ส่งผลให้เส้นทางเดินรถทางตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างนิวยอร์กและฟิลาเดลเฟียถูกระงับชั่วคราว และมีผู้โดยสาร 31 คนถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล เพื่อรับการรักษาอาการบาดเจ็บ

ด้านสำนักข่าว ดับเบิลยูพีวีไอ ของฟิลาเดลเฟีย ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ 2 ราย ขณะที่ตามการเปิดเผยของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ผู้ควบคุมรถไฟของแอ็มแทร็กเปิดหวูดเตือนพนักงานก่อสร้างให้นำรถแบ็กโฮออกจากรางรถไฟแล้ว แต่คนงานดำเนินการไม่ทันเวลา.

ที่มา>>>Thairath

เผยแล้ว คนร้ายจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย

เผยแล้ว คนร้ายจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย
เผยแล้ว คนร้ายจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย

สื่อนอกเผยแล้ว คนร้ายผู้จี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS181 ก่อนสั่งลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินไซปรัส มีดีกรีเป็นถึงศาสตราจารย์ด้านสัตวแพทย์ คาดลงมือก่อเหตุเพราะอยากย้ายไปอยู่กับเมียเก่า

จากกรณีสะเทือนขวัญจนกลายเป็นข่าวครึกโครมทั่วโลก กับเหตุการณ์ชายปริศนาก่อเหตุจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินในประเทศ MS181 และบังคับให้ลงจอดที่สนามบินไซปรัส พร้อมขู่ว่าตนมีระเบิดพร้อมที่จะฆ่าตัวตาย ตามที่รายงานไปนั้น

เผยแล้ว คนร้ายจี้เครื่องบินอียิปต์แอร์ เป็นศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย

ล่าสุด วันที่ 29 มีนาคม 2559 เว็บไซต์เทเลกราฟ เปิดเผยว่า นายอิบราฮิม ซามาฮา ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบินแอร์บัส 320 ของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบิน MS181 จากเมืองอเล็กซานเดรีย มุ่งหน้ากรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ถูกเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวแล้ว โดยระบุว่า เขามีอายุราว 40 ปี และมีดีกรีเป็นถึงศาสตราจารย์ภาควิชาสัตวแพทยศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยอเล็กซานเดรีย

โดยเหตุสุดระทึกดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ ช่วงเช้าของวันที่ 29 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น นายอิบราฮิมได้ก่อเหตุจี้เครื่องบินลำดังกล่าวแล้วออกคำสั่งให้ลงจอดฉุกเฉิน ที่สนามบินลาร์นาคา ประเทศไซปรัส พร้อมยังขู่ผู้โดยสาร ลูกเรือ และกัปตัน ด้วยเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตาย

   ในเวลาต่อมา หลังจากที่เครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดอย่างปลอดภัย นายอิบราฮิมได้ปล่อยตัวผู้โดยสารชาวอียิปต์ทั้งหมด ก่อนจะเจรจากับตำรวจว่าต้องการล่ามและขอลี้ภัยทางการเมือง อีกทั้งยังระบุว่าต้องการส่งจดหมายให้กับหญิงสาวชาวกรีก ที่อาศัยอยู่ในประเทศไซปรัส ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าว คือภรรยาเก่าของนายอิบราฮิมนั่นเอง โดยขณะนี้เธอกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางมายังสนามบินลาร์นาคาเพื่อเจรจา กับอดีตสามีของเธอ ภายใต้การคุ้มกันแน่นหนาของเจ้าหน้าที่ตำรวจไซปรัส

อย่างไรก็ดี มีรายงานวงในระบุว่า ในจดหมายของนายอิบราฮิมถึงภรรยาเก่า ถูกเขียนด้วยภาษาอาหรับ โดยมีเนื้อหาในทำนองว่า ต้องการย้ายมาอยู่ที่ประเทศไซปรัสกับเธอ แต่ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @raychdigitalink, ทวิตเตอร์ @airlivenet

อายข้ามประเทศ ! แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งขยะเกลื่อน

 * อายข้ามประเทศ ! แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งขยะเกลื่อน *

กินไม่เก็บ

แชร์กระหน่ำทัวร์ไทยเที่ยวสวิตฯ กินไม่เก็บทิ้งกล่องข้าวเหนียวหมูนับสิบไว้ดูต่างหน้า ไม่สนสิ่งใด เดินไปแชะภาพ ทำเอาชาวเน็ตอายข้ามประเทศ !

แชร์กันกระหน่ำเลยทีเดียว สำหรับนิสัยของคนไทยบางกลุ่ม เมื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แถมยังขนอาหารการกินไปกินกันเอง แต่ !! ไม่ยอมเก็บ ไม่ยอมทิ้ง มักง่ายวางแหมะไว้กับพื้น งานนี้ชาวเน็ตเห็นภาพลมแทบจับ ถามบริษัททัวร์ คนไทย และไกด์ ทำไมมักง่ายอะไรได้ขนาดนี้

กินไม่เก็บ

โดยเรื่องราวดังกล่าว คุณ minizooland สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม โพสต์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2559 พร้อมระบุข้อความว่า “นี่เป็นกรุ๊ปทัวร์คนไทยไปสวิตเซอร์แลนด์ และอุตส่าห์ขนเมตตาหมูทอดไปกินกันไกล๊ไกล แถมไม่ลืมจะใช้นิสัยเดิม ๆ ทิ้งซากไว้แฉที่มาตัวเอง” พร้อมกับภาพหลักฐานเป็นภาพกล่องหมูทอดและลังอาหารทิ้งไว้ตรงบริเวณข้างทาง ขณะที่นักท่องเที่ยวก็แชะภาพเซลฟี่อย่างสบายใจ

ด้านชาวเน็ตพากันกดโหวตกระทู้รัว ๆ พร้อมระบุว่า ทำไมนักท่องเที่ยวไทยถึงได้ทำตัวน่าอายขนาดนี้ อย่าสักแต่ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศเราแล้วทำพฤติกรรมไม่ดี แต่ขอให้ย้อนมองดูตัวเองบ้าง เพราะแต่ละอย่างที่ทำก็ไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวจีนเลย

ภาพและข้อมูลจาก คุณ minizooland สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

เครื่องบินฟลายดูไบ FZ981 ตกที่รัสเซียขณะแลนดิ้ง เสียชีวิตยกลำ

 * เครื่องบินฟลายดูไบ FZ981 ตกที่รัสเซียขณะแลนดิ้ง เสียชีวิตยกลำ *

เครื่องบินฟลายดูไบ FZ981

เครื่องบินของสายการบิน FlyDubai เที่ยวบิน FZ981 ตกลงขณะลงจอดที่เมืองรอสตอฟ ออน ดอน ประเทศรัสเซีย คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือรวม 62 ราย

วันที่ 19 มีนาคม 2559 เว็บไซต์ airline.ee มีรายงานเหตุ เครื่องบินของสายการบิน ฟลายดูไบ (Flydubai) เที่ยวบิน FZ981 ที่เดินทางมาจากเมืองดูไป ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มุ่งหน้าสู่เมือง รอสตอฟ ออน ดอน ประเทศรัสเซีย ได้ตกลงบริเวณใกล้รันเวย์ เป็นผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือรวม 62 ชีวิตดับยกลำ

ด้านหน่วยงานควบคุมการจราจรทางอากาศและกู้ภัยท้องถิ่น ยืนยันว่า เครื่องบินโบอิ้ง 737 ที่นำผู้โดยสาร 55 คน และลูกเรือ 7 คน เดินทางมาจากดูไบ ได้ตกลงห่างจากรันเวย์เพียง 50-100 เมตร ระหว่างความพยายามครั้งที่ 2 ในการนำเครื่องลงจอด แต่เนื่องจากทัศนวิสัยย่ำแย่ จึงทำให้กัปตันไม่สามารถนำเครื่องลงจอดได้สำเร็จ จนทำให้เครื่องตกและเกิดไฟไหม้

เครื่องบินฟลายดูไบ FZ981

นอกจาก นี้ ยังมีแหล่งข่าวระบุว่า ผู้โดยสารทั้งหมดที่อยู่บนเครื่องบินเป็นชาวรัสเซีย แต่ลูกเรือนั้นเป็นชาวต่างชาติ ส่วนหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินนั้น ก็ได้เร่งดับไฟ จึงส่งผลให้สนามบินปิดไปโดยปริยาย จนกว่าจะถึงเวลา 06.00 น. ตามเวลาในเมืองมอสโก

ด้าน สายการบินฟลายดูไบ กล่าวว่า ทางสายการบินทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว และตอนนี้ เรากำลังสืบสวนหารายละเอียดและจะเผยแพร่ข้อมูลให้ทราบในลำดับต่อไป โดยเบื้องต้นมีการคาดว่าเกิดจากความผิดพลาดของนักบินเอง

ภาพจาก rt.com

กฎหมายคุมไม่อยู่ แก๊งนักเลงยิงหัวฆ่าโหดคู่อริ หลังแพ้ดวลมวยชี้ชะตา

 * กฎหมายคุมไม่อยู่ แก๊งนักเลงยิงหัวฆ่าโหดคู่อริ หลังแพ้ดวลมวยชี้ชะตา  *

แก๊งนักเลงยิงหัวฆ่าโหดคู่อริ

แก๊งนักเลงยิงหัวฆ่าโหดคู่อริ

คลิปโหด ชายถูกนักเลงคู่อริจ่อปืนยิงหัวดับอนาถจมกองเลือด หลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้การดวลหมัดชี้จุดจบชะตาขาด คาดเป็นพวกแก๊งค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยคลิปภาพเหตุการณ์สุดป่าเถื่อนของแก๊งนักเลงกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคาดว่าถูกถ่ายขึ้นที่ชายป่าแห่งหนึ่ง ทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก โดยในคลิปได้เผยให้เห็นชาย 2 ราย คนหนึ่งถอดเสื้อส่วนอีกคนสวมเสื้อสีแดง เข้าเตะต่อยต่อสู้กันแบบตัวต่อตัวอย่างสุดกำลัง ท่ามกลางแก๊งนักเลงที่ถือปืนยืนมองดูอยู่รอบ ๆ และต่างร้องตะโกนส่งเสียงเชียร์อย่างเมามัน

หลังจากผ่านไปได้ชั่วครู่ คาดว่าชายที่ถอดเสื้อเป็นฝ่ายชนะ ชายเสื้อแดงจึงถูกจับกดให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้น ก่อนชายนักเลงรายหนึ่งจะถือปืนเข้ามาจ่อที่ท้ายทอยของเขา จากนั้นคลิปดังกล่าวก็ถูกตัดจบไป

อย่างไรก็ดี จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในภายหลัง เผยว่า ชายเสื้อแดงในคลิปดังกล่าวถูกยิงจนเสียชีวิตจมกองเลือด ทั้งนี้คาดว่าเป็นเพราะเข้าไปมีเรื่องพัวพันกับพวกแก๊งนักเลงค้ายาเสพติดดังกล่าว จึงถูกเล่นงานจนถึงชีวิต

ภาพจาก New Fast สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

เรือสำราญใหญ่สุดในโลก “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” ทดลองลงน้ำครั้งแรก

ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์1

เรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่สุดในโลก แถมชื่อยังไพเราะเพราะพริ้ง ‘ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์’ ได้ฤกษ์…ทดลองเดินเรือครั้งแรกเป็นเวลา 3 วันแล้ว เคลื่อนตัวออกจากอู่ต่อเรือในฝรั่งเศส มุ่งหน้าสู่ท้องทะเลที่กว้างใหญ่ ท่ามกลางความสนใจของผู้คนหลายพันคน

เมื่อ 11 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองแซงต์นาแซร์ ประเทศฝรั่งเศสว่า เรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่ที่สุดในโลก “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” (Harmony of the seas) ได้เปิดเสียงหวูด 3 ครั้ง ก่อนจะเคลื่อนตัวออกจากอู่ต่อเรือ สู่ท้องทะเลเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ภายใต้สายตาของผู้คนที่สนใจหลายพันคน และทำให้บรรดาเรือที่อยู่รายรอบกลายเป็นของเด็กเล่นไปทันที เมื่อเทียบกับขนาดกับเรือสำราญขนาดยักษ์เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ออกจากปากน้ำแม่น้ำลัวร์ โดยกัปตันได้บังคับเรือออกสู่ท้องทะเลที่ลมสงบ และคลื่นที่เบาบาง ใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงจึงออกจากอู่ได้เรียบร้อย ขณะที่เรือลาก 4 ลำ ที่ขนาบคู่กับเรือสำราญและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือไม่ต้องทำงานเลย เมื่อเรือ “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” เคลื่อนตัวออกไปด้วยเครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียว

เรือสำราญขนาดใหญ่ ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ เป็นเรือสำราญเดินสมุทรลำใหญ่ที่สุดในโลก ถูกต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือ STX France หลังจากได้รับการสั่งให้ต่อเรือเมื่อปลายปี 2555 ด้วยสนนราคา 1,000 ล้านยูโร (39,000 ล้านบาท) โดยเรือสำราญลำนี้มีน้ำหนัก 120,000 ตัน มี 16 ดาดฟ้า ความยาว 362 เมตร กว้าง 66 เมตร เป็นเรือเดินทะเลขนาด 227,500 ตันกรอส สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้จำนวน 6,000 คน และลูกเรือจำนวน 2,000 คน และจะมีการส่งมอบให้กับบริษัทอเมริกัน ‘Royal Carribean’ ซึ่งเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้

ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์2

ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์3 เรือ “ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์” ได้กลายเป็นจุดสนใจของชาวเมืองแซงต์นาแซร์มาหลายเดือนแล้ว ด้วยขนาดความสูงถึง 70 เมตร ที่สูงกว่าบรรดาอาคารทั้งหลายในเมือง ทำให้ไม่มีใครคลาดสายตาจากเรือขนาดยักษ์ลำนี้ได้เมื่อผ่านมาที่เมืองนี้ โดยการทดลองเดินเรือฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ ครั้งแรก มีเส้นทางระหว่างเกาะเบลอิลส์และอิล์เดอเยอร์ และจะกลับเข้าอู่ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 มี.ค. รวมทั้งจะมีการทดลองเดินเรืออีกครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้

ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์4

เจ้าหน้าที่ประจำเรือชุดแรกจำนวน 500 คน ส่วนใหญ่เป็นพวกลูกเรือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทดลองของอู่ต่อเรือ STX France และเจ้าหน้าที่ดูแลผู้โดยสาร และจะทดลองขับเรือสำราญ ฮาร์โมนี ออฟ เดอะ ซีส์ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม หลังจากกัปตันเรือ 3 นาย จากแคว้นลัวร์ ได้ทำการฝึกขับเรือกับเครื่องจำลองสถานการณ์ที่อาจจะต้องเผชิญในทุกรูปแบบ แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ ขนาดด้านหน้าของเรือที่มีความกว้างเท่ากับสนามฟุตบอล 2 สนาม ซึ่งถือเป็นพื้นที่โต้ลมขนาดกว้างใหญ่ ทำให้การควบคุมเรือเมื่อมีกระแสลมแรงทำได้ค่อนข้างยาก.

ที่มา>>>ไทยรัฐออน์ไลน์

น่ารัก น่าหลงใหล! “คริสติน่า ปิเมโนว่า” นางแบบรุ่นเล็กที่ถูกจัดอับดับว่าสวยที่สุดในโลก

Picture

เด็กหญิงคนนี้มีชื่อว่า  “คริสติน่า ปิเมโนว่า” (Kristina Pimenova) วัย 9 ขวบ เธอเป็นเป็นนางแบบสาวน้อยชาวรัสเซีย ที่เริ่มเดินสายงานนี้ตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ ตามรอยแม่ของเธอ โดยสื่อต่างประเทศ Woman Daily Magazine ได้ทำการจัดอันดับให้สาวน้อยคนนี้นั้นเป็น เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก
Picture

​ดวงตาสีฟ้า ใบหน้าที่สวยงาม ยิ่งทำให้ใครที่มองต้องหลงใหล จนปัจจุบันนี้เธอมีคนติดตามบน Facebook กว่า 4 ล้านคน
Picture