ฮือฮาทั้งสุพรรณ!เจอขุนแผนตัวจริง “ลุงเช็ง” วัย 71 ปีมีเมีย 4 คน เปิดใจการใช้ชีวิตกว่า 40 ปี

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคคุณลุงวัย 71 ปี ชาวบ้านอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ชาวบ้านรู้จักกันดีต่างเรียกกันว่า “ลุงเช็ง” เป็นคนมีเสน่ห์ของแท้ ในทุกๆวันลุงเช็งและศรีภรรยา จะนำเรือโบราณ พานักท่องเที่ยวมาชมตลาดสามชุกร้อยปี โดยล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำท่าจีน และพาไปชมบ้านเรือนไทยของตัวเองที่เก่าแก่มานานกว่า 100 ปี ที่เปิดเป็นโอมสเตย์ และพิพิธภัณฑ์บ้านเรือนไทยสาคร ที่ถูกรวบรวมเรื่องราวในอดีตมาไว้ที่นี่ จนแทบไม่น่าเชื่อว่าที่สามชุกยังมีอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดไปเที่ยวชม201609280108071-20160615150820ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังบ้านเรือนไทยสาคร ตั้งอยู่เลขที่ 13 หมู่ที่ 1 ต.สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เป็นบ้านเรือนไทยหมู่ขนาดใหญ่ อยู่รวมกันหลายหลังเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาวกว่า 16 หลัง มีความเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มของ นายสุจิตต์ เล่ห์จันทร์พงษ์ หรือ ลุงเช็ง อยากทำบ้านเรือนไทยสาครหลังนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว201609280108072-20160615150820เรือนไทยสาครแห่งนี้ เดิมเป็นบ้านของคุณแม่สาคร เล่ห์จันทร์พงษ์ (แม่ของลุงเช็ง) เดิมมีอาชีพขายข้าวและถ่านตลาดสามชุกในอดีต ภายในมีห้องจัดแสดงในอดีต อาทิ ร้านตัดผม ห้องฉายหนัง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านโชห่วย ร้านซ่อมนาฬิกา ร้านกาแฟโบราณ ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า มีของเก่าโบราณให้ได้ชม ย้อนวันวานไปในอดีต มีมุมถ่ายรูปที่น่าสนใจมาก201609280108074-20160615150820ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ลุงเช็งเป็นที่รู้จักของชาวบ้านแถวนี้ เพราะลุงเช็งมีภรรยาถึง 4 คน ซึ่งอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกันมานานกว่า 40 ปี โดยภรรยาของคุณลุงเช็งแต่ละคนก็ช่วยลุงเช็งทำมาหากิน ช่วยกันคิดริเริ่ม ทำบ้านเรือนไทยสาครหลังนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตและชมเรื่องราวในอดีต โดยก็ทำมาแล้วกว่า 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนหมุนเวียนมาเรื่อยๆ201609280118131-20160615150820ลุงเช็ง เล่าว่า ตนมีภรรยา 4 คน ซึ่งอยู่กินกันอย่างเปิดเผย โดยภรรยาแต่ละคนจะเรียกกันว่า แม่ 1 แม่ 2 แม่ 3 แม่ 4 ที่ผ่านมาก็มีหลายคนถามว่า ใช้ชีวิตกันอย่างไร อยู่บ้านเดียวกัน เพราะบางคนก็ไม่เข้าใจ และเกิดความสงสัย ตนจึงอยากบอกว่า ตนโชคดีที่มีภรรยาดี และมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยภรรยาทั้ง 4 คน ก็รักกันเหมือนพี่น้อง ที่ผ่านมาไม่มีทะเลาะกันและยอมรับซึ่งกันและกัน โดยภรรยาแต่ละคนก็จะแบ่งหน้าที่กันทำ ช่วยเหลืองานกันในบ้าน201609280108078-20160615150820โดยแม่ 1 และแม่ 2 จะช่วยกันดูแลบ้านทำความสะอาดบ้าน เรื่องอาหารการกินหุงหาอาหาร ส่วนแม่ 3 และแม่ 4 จะช่วยกันเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบ้านเรือนไทยสาคร ทั้งรับนักท่องเที่ยว พาชม และบริหารจัดการ เรื่องโปรแกรมท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ ส่วนเรื่องที่ตนมีอายุ 71 ปี แต่หลายคนยังทักมายังดูหนุ่มแข็งแรง ตนก็ดูแลตัวเอง โดยจะออกกำลังกายทุกวัน ปลูกผัก ทำสวน และที่สำคัญคือ ทานน้ำกระชายดำเป็นประจำทุกวัน โดยตนเป็นคนทำเอง เอากระชายดำมาปั่นและคั้นน้ำสดๆ ก็ทานทุกวัน ตั้งแต่หนุ่มๆจนถึงปัจจุบัน201609280118133-20160615150820“หลายคนที่ถามถึงว่าทำไมมีภรรยาหลายคน ส่วนตัวก็อยากจะบอกว่า ผมก็ไม่ได้อยากให้ใครมาเอาแบบอย่างหรือทำตาม และผมก็ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไร เพราะครอบครัวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ส่วนคนในครอบครัวของผมมีความรักและความเข้าใจกันดี เคารพในการตัดสินใจ ซึ่งกันและกัน โดยปัจจุบันภรรยา 4 คน และลูกๆรวม 5 คน ซึ่งก็โตมีงานมีการทำหมดแล้ว ทุกคนก็รักกันและเข้าใจกันดี และมาช่วยกันดูแลบ้านเรือนไทยหลังนี้ เป็นอย่างดี อยู่กันอย่างอบอุ่น มีความสุขดี” ลุงเช็ง กล่าว201609280108073-20160615150820ผู้สื่อข่าว ได้พูดคุยกับบรรดาภรรยาของลุงเช็งทั้ง 4 คน ซึ่งทุกคนเป็นคนน่ารัก และเปิดใจถึงเรื่องราวชีวิต ภรรยาคนที่ 1 นางสมทรง เชื้อสาคู อายุ 66 ปี กล่าวว่า ตนเป็นภรรยาคนแรกของลุงเช็ง ตอนแรกที่รับรู้ว่า ลุงเช็งมีภรรยาคนที่ 2 ก็รู้สึกโกรธเหมือนกัน แต่พอลุงเช็งพาแม่ 2 มาพบ ตนก็ใจอ่อนและก็เปิดใจพูดคุยกัน จึงยอมรับและตัดสินใจให้มาเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อมาพอมาถึงแม่ 3 แม่ 4 ตนก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรแล้ว พูดไปพลางหัวเราะ เพราะสามารถยอมรับได้ โดยความรู้สึกก็เอ็นดูน้องๆทุกคนเหมือนเป็นพี่น้องเป็นเพื่อนกันจริงๆ และอยู่ด้วยกันแบบสันติ ดูแลกันไป เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ที่ผ่านมาก็มีหลายคนถามตนว่า รับได้อย่างไร ซึ่งตนคงให้ข้อคิดเห็นไม่ได้ เพราะแต่ละคนใช้ชีวิตไม่เหมือนกัน และมีความคิดความรู้สึกไม่เหมือนกัน สำหรับตนลุงเช็งเป็นคนดี เป็นสามีและพ่อที่ดี ดูแลภรรยาและลูกๆดีทุกคน ให้ความรัก ความเอาใจใส่ ขยันทำมาหากิน มีความรับผิดชอบ จนสร้างฐานะมั่นคง ตนจึงพอใจแล้ว201609280108077-20160615150820ด้าน ภรรยาคนที่ 2 นางแฉล้ม หนูทอง อายุ 62 ปี กล่าวว่า ตนก็รู้สึกว่าครอบครัวของพวกเราอบอุ่น ช่วยกันดูแลกันไป ช่วยกันทำมาหากิน ไม่ได้มีเรื่องทะลาะวิวาท หรือเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ และแม่หนึ่งก็ดูแลตนดีมาโดยตลอดเปรียบเหมือนพี่สาวคนหนึ่ง201609280118132-20160615150820ภรรยาคนที่ 3 นางคำ แสนปงผาบ อายุ 58 ปี กล่าวว่า ตนเองก็มีหน้าที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของบ้านเรือนไทยสาคร เวลาใครมาเที่ยวบ้านเรือนไทยสาคร ก็จะคอยพาชมและดูแล นักท่องเที่ยว ซึ่งภรรยาของลุงเช็งแต่ละคนก็มีการแบ่งหน้าที่กันไป ช่วยกันทำมาหากิน ตลอดระยะที่อยู่ด้วยกัน จึงรู้สึกอบอุ่น

ส่วน ภรรยาคนที่ 4 นางอมรรัตน์ เนียมดี อายุ 46 ปี กล่าวว่า ตนเป็นภรรยาคนที่ 4 ตอนที่เข้ามาที่บ้านใหม่ๆก็รู้สึกกดดัน แต่ พี่ๆทุกคนก็ไม่ได้ว่าอะไร มีแต่ให้ความรัก ความเมตตา กับตนเสมอมา ตนมีหน้าที่เป็นมัคคุเทศน์พาชมบ้านเรือนไทยสาคร โดยจะไปพบปะกับนักท่องเที่ยวที่ตลาดสามชุก และชักชวนมาเที่ยวที่บ้าน โดยลุงเช็งจะเป็นคนขับเรือ พอมาถึงบ้านก็จะมีพี่ๆ อีกสามคนช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยกันทำมาหากิน ทุกคนก็รักใครกันดี ไม่เคยทะเลาะกัน เวลาใครคนใดคนนึงไม่อยู่บ้าน ก็จะคิดถึงกัน เป็นห่วงเป็นใยกัน เหมือนเป็นพี่น้องกัน เหมือนถูกชะตากัน จะว่าไปเหมือนบุพเพสันนิวาศให้พวกเราได้มาใช้ชีวิตอยู่รวมกันได้ และอยู่ด้วยกันมีความสุขดี

ด้านลูกชายลุงเช็ง กล่าวว่า ครอบครัวเราอยู่กันแบบมีความสุขดี ทุกคนให้ความเคารพซึ่งกันและกัน พ่อเป็นเสาหลักของครอบครัวดูแลทุกคนเป็นอย่างดี หลายคนอาจมองแตกต่างกันไป ก็แล้วแต่มุมมอง แต่คนในครอบครัวของพวกเรามีความเข้าใจและรักกันดี เป็นครอบครัวที่อบอุ่น

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ซึ่งได้มาเที่ยวชมที่บ้านเรือนไทยสาครแห่งนี้ ได้ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้ชาย พอมาได้ฟังเรื่องราวของลุงเช็งแล้ว ก็ได้แอบแซวขนานนามให้ไปแล้ว ว่านี่แหละบ้านขุนแผนเมืองสุพรรณตัวจริงเลย เพราะลุงเช็งใช้ชีวิตกับภรรยาทั้งสี่คนที่บ้านเรือนไทยหลังนี้ เป็นวิถีชีวิตมานานแล้ว และทั้งหมดก็ช่วยกันพัฒนาบ้านเรือนไทยอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ให้กลับมามีชีวิตชีวา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวในอดีตให้ชวนถวิลหา ได้อย่างน่าสนใจ มีมุมถ่ายรูปมากมาย เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยวกัน ส่วนเรื่องลุงเช็งมีภรรยา 4 คน คงไม่ขอออกความเห็น เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ สำหรับตนขอมีภรรยาแค่คนเดียวพอ ไม่กล้า เหมือนลุงเชง นายวีระศักดิ์กล่าวพร้อมหัวเราะ

นางธัญภา นิโครธานนท์ ผอ.ททท.สำนักงานสุพรรณบุรี กล่าวว่า บ้านเรือนไทยสาครแห่งนี้ เป็นบ้านเรือนไทยมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ที่อยู่ริมน้ำท่าจีน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่ตลาดสามชุก และเชื่อมโยงมาเที่ยวต่อที่บ้านเรือนไทยสาคร โดยมีการล่องเรือชมวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน สัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำและมาชมความดั้งเดิมของบ้านเรือนไทยหมู่ ที่ด้านในเก็บรวบรวมเรื่องราวในอดีตจนถึงปัจจุบันไว้อย่างน่าสนใจ

สำหรับผู้ที่สนใจมาท่องเที่ยวบ้านเรือนไทยสาครเรือนไทยสาคร สามารถนั่งเรือเอี้ยมจุ๊นโบราณ ชมบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน แวะเยี่ยมชมเรือนไทยสาคร สัมผัสวิถีชีวิตแบบไทยๆ โดยไปขึ้นท่าเรืออยู่ที่ ซอย 3 สามชุกตลาดร้อยปี ใช้ เวลาไป-กลับประมาณ 40 นาที เพียงท่านละ 50 บาท ติดต่อ 086-751-2686 หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุพรรณบุรี 035-525-880, 035-525-867

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่ชื่นชม!! พระจังหวัดพังงา ใช้เชือกโรยตัวลงไปเก็บเศษไม้ลอยติดใต้สะพาน แต่กลับถูกข่มขู่

วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้เกิดพายุฝนกระหน่ำจังหวัดพังงาอย่างหนักจนทำให้น้ำป่าไหลหลากหลายอำเภอตั้งแต่อำเภอตะกั่วป่า, อำเภอกะปง, อำเภอท้ายเหมือง จนทำชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกันได้มีการแชร์ภาพลงในโลกโซเชียลเป็นเหตุการณ์ที่พระสงฆ์รูปหนึ่ง ใช้เชือกมัดกับราวสะพานปืนลงไปเก็บเศษไม้และต้นไม้ ที่ลอยมาตามน้ำแล้วไปติดอยู่บริเวณสะพานวัดลุมพินี หมู่ 4 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกรากs__10854415ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบพบพระสงฆ์รูปดังกล่าวคือพระสมยศ อธิจิตโต พระลูกวัดลุมพินี ที่โรยตัวเองผลักดันกิ่งไม่ไป่ ลำต้นไม้ไผ่ ออกจากบริเวณลำคลองวัดลุมพินี พร้อมเผิดเผยว่า เป็นคนเดียวกับที่ปรากฎอยู่ในรูป ซึ่งอาตมาทำมาแล้วหลายปี และก็เต็มใจทำ ไม่มีใครใช้ให้ทำ ปีนี้ลงไปในคลองทำมาสองครั้งแล้ว แต่มาโดนหนามต้นปาล์ม แทงที่บริเวณส้นเท้าข้างขวา จนได้รับบาดเจ็บ ชาวบ้านข้างวัดก็ออกมาช่วยเหลือ ซึ่งเป็นชาวฟิลิปปินส์ที่มาทำพิซซ่าขาย คอยช่วยเหลือบ่อยครั้ง ส่วนผู้ใหญ่บ้านในตำบลไม่ได้มาช่วยเหลืออะไร ทั้งที่ขี่รถจยย.ผ่านไปผ่านมาบ่อยครั้ง รวมทั้งนักการเมืองท้องถิ่นด้วย อาตมาไม่มีเจตนาที่จะเรียกร้องอะไรกับใคร ที่เป็นข่าวฮือฮาเป็นเพราะชาวบ้านเขาทนไม่ไหว

ขณะที่นายสุวรรณ พรหมแก้ว อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/1 หมู่ 3 ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า น้ำในลำคลองวัดลุมพินี ปีนี้สูงมากจนทำเขื่อนแนวตลิ่ง ถูกกัดเซาะ ส่วนพระที่ช่วยรื้อถอนเศษไม้ที่ติดเตาหม้อสะพาน พระท่านทำดีมาตลอดและขยันมาก ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีผู้หลักใหญ่ข่มขู่คุกคาม ตนเองอยู่ข้างวัดก็สงสารพระท่านเช่นกัน แต่คิดว่าพระท่านทำดีต้องมีคนใหญ่คุ้มครองs__10854413s__1085441412328

ที่มา>>>ข่าวสด

เหยื่อลุงโหด!! ดช.3ขวบถูกเตะน่วม-ต้องอุ้มส่งรพ. แฉโดนมา5ครั้ง ดญ.9ขวบพี่สาวเฝ้าน้อง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเด็กชาย อายุ 3 ขวบ ถูกทำร้ายใบหน้าบวมปูดต้นขาขวาหัก นอนเข้าเฝือกรักษาตัวอยู่ที่ หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยมีนายแพทย์มณเฑียร เพ็งสมบัติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี นางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี พร้อมพยาบาลเข้าเยี่ยมอาการและดูแลรักษา เบื้องต้นเด็กอาการดีขึ้น201609270757567-20050222192603โดยน้องยอด (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ สภาพต้นขาขวาหัก นอนเข้าเฝือกอยู่ที่รพ. มีพี่สาววัย 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ต้องหยุดเรียนมาเฝ้าดูแลน้องชาย เนื่องจากแม่วัย 38 ปี ต้องไปทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์สาย 33 ปทุมธานี-สนามหลวง ซึ่งครอบครัวของน้องยอด ต้องอาศัยอยู่บ้านลุง อายุ 50 ปี เลียบคลองวัดโคก ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เนื่องจากลุงติดยาเสพติดมีนิสัยดุร้ายโมโหง่าย เมื่อไม่พอใจอะไรก็จะลงไม้ลงมือกับน้องยอดเป็นประจำ เนื่องจากน้องยอดจะพักอยู่บ้านคนเดียว พี่สาวจะไปเรียนหนังสือ ส่วนแม่จะต้องไปทำงาน จนชาวบ้านใกล้เคียงทนไม่ไหว แต่ก็ไม่กล้าที่จะยื่นมือช่วยเหลือ หลายครั้งน้องยอดถูกทำร้ายจนหูตาปูดต้องพาส่งโรงพยาบาล แต่ก็ต้องกลับมาอาศัยบ้านลุงเป็นที่พักอาศัย เนื่องจากแม่ของน้องยอดมีฐานะยากจน จึงต้องยอมทนอยู่ต่อไป จนล่าสุดถูกแตะจนต้นขาหักและได้เข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี201609270757566-20050222192603จากการสอบถาม นายแพทย์มณเฑียร เพ็งสมบัติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลปทุมธานีได้รับน้องยอดถูกทำร้ายร่างกายจากคนในครอบครัว โดยเป็นผู้ที่ติดยาเสพติด ชอบทำร้ายเด็ก โดยน้องยอดถูกทำร้ายจนต้องเข้ามารักษาที่ รพ.ปทุมธานีจำนวน 5 ครั้งแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แม่พามาให้แพทย์ดูและรับยาแล้วกลับบ้าน แต่ครั้งนี้รุนแรงมาก ถูกทำร้ายจนกระดูกต้นขาขวาหัก ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 2 เดือน ถึงจะหายเป็นปกติ201609270757563-20050222192603ส่วนนางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า การช่วยเหลือต่อไปจะเป็นส่วนของการคุ้มครองสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ของน้องยอดต่อจากนี้ เบื้องต้นแม่ของน้องได้ดำเนินการแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สงเคราะห์ครอบครัวและคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก ในระยะยาวครอบครัวจะดูแลเด็กคนนี้ได้อย่างไรให้ปลอดภัย ที่ผ่านมาคนที่ทำร้ายเด็กนั้น แม่ของเด็กก็พึ่งพิงด้านที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดมีอิทธิพลต่อครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำร้ายน้องยอดหลายครั้งมาก แต่แม่ของน้องไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากมีภาวะต้องพึ่งพากันอยู่ แต่ว่าครั้งนี้น้องถูกทำร้ายอาการหนักมากเกินไป เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็ไม่กล้าห้ามและดำเนินการใด หลังจากนี้จะให้ทีมสหวิชาชีพ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคม อัยการ ตำรวจ ครู เพื่อช่วยคุ้มครองเด็กและดูแลสวัสดิภาพในระยะยาว

กรณีที่พบเห็นเด็กถูกทำร้ายหรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงในที่สาธารณะ ให้รีบเข้าไปช่วยเหลือเด็กทันทีเพื่อให้การทำร้ายนั้นยุติ และเด็กได้รับความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองด้วย ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาความรุนแรงในการที่จะไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย และไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทร 1300 ตลอด 24 ชม. เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรง หมายเหตุ นางวรภัทร แสงแก้ว ศูนย์พึ่งได้ OSCC รพ.ปทุมธานี 098-9262636

ที่มา>>>ข่าวสด

สะดุ้งตื่น!! น้ำทะลักเข้ารถถึงหน้าอก พี่ชายเปิดประตูว่ายขึ้นฝั่ง-น้องชายจมหายไปกับรถ

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ร.ต.ท.วสันต์ เพิ่มพูล รอง สว.(สอบสวน) สน.คันนายาว รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ตกลงคลองพระยาสุเรนทร์ และมีผู้สูญหายภายในน้ำ บริเวณถนนเลียบวงแหวนกาญจนาภิเษก แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยนักประดาน้ำ อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กเติ๊ง และอาสาสมัครมูลนิธิร่มไทร กว่า 10 นายs__2285586ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณใต้สะพานข้ามคลองพระยาสุเรนทร์ พบชาวบ้านและอาสาสมัครฯ กำลังช่วยเหลือนายชัยยศ โชติมโนธรรม อายุ 50 ปี สภาพร่างกายและเสื้อผ้าเปียกน้ำ โดยรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าให้ช่วยเหลือน้องชายที่ติดภายในรถเก๋งที่จมหายไปทั้งคันอยู่ในคลองดังกล่าว จากนั้นนักประดาน้ำจึงลงค้นหาซากรถเก๋งที่จมคลอง แต่ไม่พบผู้ใดติดอยู่ภายในs__2285580เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังช่วยกันค้นหาบริเวณรอบที่เกิดเหตุโดยใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง กระทั่งพบศพนายชัยนำ โชติมโนธรรม อายุ 47 ปี อยู่ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียว กางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าหนังสีดำเพียงข้างซ้าย ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวชฯ รพ.ภูมิพล จากนั้นจึงได้กู้ซากรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว ทะเบียน ณษ 2469 กรุงเทพมหานครs__2285591สอบสวนนายชัยยศ พี่ชายผู้ตายให้การว่า น้องชายทำงานเป็นพนักงานบริษัทเกี่ยวกับโรงพิมพ์ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋งมารับตนไปรับประทานอาหาร ย่านพระยาสุเรนทร์ จากนั้นเวลาประมาณ 23.30 น. หลังรับประทานอาหาร ตนรู้สึกมีอาการมึนเมา จึงขออาศัยติดรถน้องชายกลับบ้านด้วย ขณะนั้นฝนตกหนักมาก ตนขึ้นรถแล้วเผลอหลับไป จู่ๆได้ยินเสียงรถกระแทกและมีน้ำไหลเข้ามาภายในรถ จนน้ำท่วมถึงหน้าอก ตนจึงพยายามเปิดประตูออกมาและว่ายน้ำขึ้นฝั่งทันที ส่วนน้องชายตนไม่รู้ว่าหายไปไหน จึงขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ให้ช่วยค้นหา กระทั่งพบน้องชายจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว71689ด้าน ร.ต.ท.วสันต์ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายคงจะขับรถเลี้ยวตรงจุดยูเทิร์นผิดเนื่องจากบริเวณใต้สะพานทางกลับรถไม่มีเครื่องกั้นข้างทาง ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวมีฝนตกหนัก จึงมองไม่เห็นเส้นทางทำให้รถวิ่งพุ่งตกลงคลองจมทั้งคัน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนนายชัยยศ พี่ชายผู้ตายอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อจะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป71687

ที่มา>>>ข่าวสด

สกัดจับวุ่นกระบะพาคนเจ็บหนีหลังจยย.ซิ่งมาชนท้ายร่างกระเด็น ที่แท้จะพาไปหาหมอ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ก.ย. สมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง รับการประสานเหตุจากทางศูนย์วิทยุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ให้ช่วยกันสังเกตและสกัดจับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน บจย884 กำแพงเพชร ซึ่งเกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์บนถนนสายเอเซีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 45 ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นติดกระบะรถมาด้วย201609251651092-20110111132303ซึ่งหลังเกิดเหตุรถคันดังกล่าวได้ขับด้วยความเร็วเข้ามาในเขตจังหวัดอ่างทอง ทางถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสรรค์) หลังรับแจ้งจึงสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง จึงประสานลูกข่ายโซนเอเชียและลูกข่ายจุดไชโย ให้ช่วยกันสังเกตและติดตาม จนกระทั่งมาพบว่ารถคันดังกล่าวขับมาจากเขตเมืองกำลังจะเข้าเขตอำเภอไชโย จึงขับรถตามและสามารถช่วยกันสกัดรถคันดังกล่าวไว้ได้ ที่บริเวณแยกบางศาลา ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชโย จ.อ่างทอง มาตรวจสอบ201609251651091-20110111132303จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณหลังกระบะรถคันดังกล่าวนั้น มีร่องรอยการถูกชนที่บริเวณด้านท้ายรถจนไฟท้ายหลังด้านซ้ายแตก ที่กระบะท้ายรถพบร่างของนายธนาสันต์ ขันทองชัย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69/3 หมู่ที่ 1 ต.หนองบัวใต้ อ.เมืองตาก จ.ตาก นอนบาดเจ็บอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเข้าไปตรวจสอบพบว่า ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า และคางแตก จึงเรียกให้รู้สึกตัว และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอ่างทอง201609251651095-20110111132303จากการสอบถามนายสมพงษ์ หงส์เวียงจันทร์ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ระหว่างที่ตนขับรถพาครอบครัวและญาติๆ มาตามถนนสายเอเชียมุ่งหน้าจะกลับบ้านที่จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆ นายธนาสันต์ขี่รถจักรยานยนต์มาชนท้ายรถของตนอย่างแรง จนร่างของนายธนาสันต์นั้นกระเด็นขึ้นมาบนกระบะรถของตน ซึ่งขณะนั้นตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขับรถต่อมาโดยนำร่างของนายธนาสันต์มาด้วย เพื่อที่จะมาวิ่งหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อจะนำตัวนายธนาสันต์ส่งให้ทำการรักษา ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะขับรถหนีแต่อย่างที่เข้าใจกัน เพียงแต่ตนเป็นคนต่างถิ่น จึงไม่รู้ว่าโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงนั้นอยู่ตรงไหน จึงได้แต่ขับรถมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถูกสกัดไว้ได้

ด้านนายธนาสันต์นั้น หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลยังมีมีอาการมึนงง นึกไม่ออกว่าไปเกิดเหตุได้อย่างไร ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอให้นายธนาสันต์นั้นฟื้นตัวเสียก่อน จึงจะได้เข้าไปสอบสวนต่อไป

พ.ต.ท.พลากร สกุลปิยะเทวัญ สารวัตรสอบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุทางสภ.มหาราช ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถกระบะคันดังกล่าว เกิดเหตุชนกับรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนี มุ่งหน้าไปยังจังหวัดอ่างทองโดยมีคนเจ็บติดไปด้วย ซึ่งหลังรับแจ้งทาง สภ.มหาราช จึงได้ประสานมายังศูนย์วิทยุ 191 ของตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ให้ช่วยแจ้งลูกข่ายให้ช่วยกันสกัดจับ

จนกระทั่งมาสกัดจับได้ที่เขต อ.ไชโย จ.อ่างทอง แต่เมื่อเข้าตรวจสอบกลับพบว่า แท้จริงแล้วคนขับรถกระบะไม่ได้มีเจตนาขับรถหนีแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าหลังเกิดเหตุคนขับรถจักรยานยนต์ได้กระเด็นขึ้นมาบนรถกระบะและมีอาการบาดเจ็บ ทางคนขับรถกระบะซึ่งเป็นคนต่างพื้นที่ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร จึงตัดสินใจขับรถแล้วพาคนเจ็บมาด้วย เพื่อจะขับมาหาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ส่งตัวให้แพทย์รักษา แต่ยังไม่ทันเจอโรงพยาบาล ก็มาถูกสกัดไว้ก่อน ส่วนผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์นั้นได้รับบาดเจ็บ และยังคงอยู่ในอาการมึนงง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รอให้อาการดีขึ้น ก่อนที่จะเข้าสอบสวนต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลำน้ำชีเอ่อล้นหนุนบึงละหานท่วมอีก 2 อำเภอ ระทึกช่วยชาวบ้าน 5 คนติดน้ำป่า

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนักในจ.ชัยภูมิทำให้น้ำไหลหลากสู่ลำชีเริ่มเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนไร่นาประชาชนกว่า 18,000 ไร่ ติดรอยต่อในหลายตำบลของ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ และต.ละหาน ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกว่า 600 หลังคาเรือน ใน 5 หมู่บ้าน ของหมู่ที่ 2, 10, 13, 16 และหมู่ที่ 17 ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งระดับน้ำยังท่วมสูงต่อเนื่องไม่หยุดกว่า 1-2 เมตร เป็นวันที่ 4 แล้ว1474860196103ล่าสุดระดับน้ำจากลำน้ำชียังคงทะลักหนุนบึงละหาน และล้นเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำยังคงหนุนสูงต่อเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ในส่วนของเขตพื้นที่ อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิเมื่อคืนที่ผ่านมา เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากจากคลองชลประทานหนองแขม เอ่อเข้าท่วมพื้นถนนและเข้าท่วมบ้านชาวบ้านแล้วที่หมู่ 5 หมู่ 11 รวม 2 หมู่บ้านในเขตตำบลตาเนิน อ.เนินสง่า จ.ชัยภูมิ1474860218278ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุระทึกเมื่ออาสาฯมูลนิธิสว่างคุณธรรมได้รับแจ้งจากชาวบ้านต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิว่า มีชาวบ้าน 5 คน ข้ามลำน้ำชีออกไปเก็บเห็ด ในบริเวณป่าสันเขาอำเภอหนองบัวระเหว แล้วกลับมาหาทางออกไม่ได้ จนช่วงเวลา 19.00 น. ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงระดมพลอาสาฯ จุดหนองบัวระเหวออกค้นหาและช่วยเหลือ การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะฝนได้ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนกระแสน้ำชีไหลล้นทะลักเข้าท่วมไร่นาเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่ต้องรอให้ฝนหยุดตกแล้วจึงนำเรือข้ามไปรับที่บริเวณป่าเหวขาด วัดถ้ำมังกร ที่บ้านโนนสังข์ ต.บ้านบัว อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ และนำชาวบ้านทั้ง 5 รายข้ามฝั่งมาได้อย่างปลอดภัย14748602119911474860228412

ที่มา>>>ข่าวสด

รับสร้างบ้าน อุดร ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน ครบวงจร

รับสร้างบ้าน อุดร

 

รับสร้างบ้าน อุดร โมเดิร์นดี บริษัท รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน เราให้บริการ ครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ

รับสร้างบ้าน อุดร บริการ รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน วางโครงสร้างบ้าน เราให้บริการ ครบวงจร ตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ เช่น งานออกแบบบ้าน ก่อสร้างบ้าน ตกแต่งภายในบ้าน ปรึกษา ยื่นกู้ มาโมเดิร์นดี ครบจบในที่เดียว และการบริการหลังการขายสุดประทับใจ เราใส่ใจไม่ใช่แค่ครั้งแรก

DIFFERENT DESIGN

รับสร้างบ้าน อุดร แตกต่างด้วยการออกแบบตามความต้องการของลูกค้าด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดกับลูกค้าสูงสุดและการออกแบบ ที่ลูกค้าสามารถเห็นภาพ ได้ในทุกมุมมอง ก่อนสร้างจริง

DIFFERENT SPECIFICATION

แตกต่างด้วย วัสดุ ที่มีคุณภาพอันดับ 1 ในตลาดรับสร้างบ้านในปัจจุบันหลากหลายวัสดุได้รับการเลือกสรรมาเพื่อให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้า

DIFFERENT SERVICE

แตกต่างด้วยการบริการที่เหนือระดับ ตั้งแต่การออกแบบ, ก่อสร้าง, ตกแต่งภายในรวมถึงการบริการหลังการขาย

DIFFERENT QUALITY

แตกต่างด้วยระบบการควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างระดับสูงพร้อมการตรวจเช็คมาตรฐานกว่า 500 ขั้นตอนจากทีมผู้บริหาร, ทีมสถาปนิก, ทีมวิศวกร และทีมควบคุมคุณภาพ (QC) ที่มากด้วยประสบการณ์

รับสร้างบ้าน อุดร จากประสบการณ์และนโยบายของบริษัทจึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังที่ผ่านการออกแบบและก่อสร้างจากทางบริษัท จะแตกต่างด้วยคุณภาพ และใช้ประโยชน์ได้สูงสุดจากภายใน สู่รูปแบบภายนอกที่สวยงามร่วมสมัย

เศร้าสะเทือนใจ! สาวพัทยาตกเลือด-คลอดก่อนกำหนด เด็กติดคาช่องคลอด

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 21 ก.ย. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา รับแจ้งว่าที่ห้องพักแห่งหนึ่งภายในอพาร์ตเมนต์ย่านพัทยากลาง เขตเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีหญิงไทยตกเลือดอย่างรุนแรง ขอให้เข้ามาช่วยเหลือนำตัวส่งไปให้แพทย์ทำการรักษาด้วย

ที่เกิดเหตุพบหญิงสาวอายุ 23 ปี นอนอยู่บนเตียงนอนภายในห้องพัก โดยมีเด็กทารกเพศหญิง โผล่หัวออกมาติดคาปากช่องคลอด หน่วยกู้ภัยและเพื่อนบ้านต้องช่วยกันพยุงเดินไปที่ลิฟต์เพื่อลงชั้นล่าง ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายไม่สามารถเยื้อชีวิตทารกได้201609220029275-20041019161308แม่ที่เพิ่งสูญเสียลูกกล่าวทั้งน้ำตาว่า กำลังตั้งครรภ์ 4 เดือน ก่อนเกิดเหตุสามีออกไปทำงาน ไม่ได้อยู่ในห้องพัก แต่ขณะที่ตนกำลังเข้าห้องน้ำ เด็กก็โผล่หัว ออกมาติดคาปากช่องคลอด จึงรีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ก่อนแจ้งหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดใจ “ครูลี่” ผู้ก่อตั้ง รร.เล็กในทุ่งกว้าง เครื่องดนตรีจากเศษวัสดุ สอนเด็กรักวิถีชีวิต(คลิป)

เมื่อ 22 ก.ย.59 ภายหลังมีการแชร์คลิปของวงดนตรีเด็ก “โรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง”ซึ่งตั้งอยู่บ้านถาวร ต.ถาวร อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ที่ตั้งวงเล่นกันท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งเพียงแค่ไม่กี่วันมีผู้เข้าไปชมเป็นล้านครั้งแล้ว  โดยผู้ได้ฟังและดูต่างประทับใจในความสามารถของเด็กๆ ที่เล่นดนตรีกันได้อย่างไพเราะ และชื่นชมครูผู้ฝึกสอนที่มีไอเดียสร้างสรรค์ โดยการนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ดัดแปลงเป็นเครื่องดนตรี เช่นโปงลาง พิณ แคน กลอง ซึ่งทำจากเศษไม้และวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่น ให้เป็นเครื่องดนตรีให้เด็กได้เล่นผสมผสานกับเครื่องดนตรีสมัยใหม่ เช่น ไวโอลีน กีต้า13086740_976111909152141_505380069544772446_oประกอบกันการตั้งวงฝึกซ้อมหรือเล่นกันตามธรรมชาติ ฉากหลังเป็นทุ่งนา ป่าเขา และใกล้ลำธาร เป็นธรรมชาติชนบทอย่างแท้จริง โดยโรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง ดังกล่าวก่อตั้งขึ้นจากแรงบันดาลใจของ นายพิชัย อุ้ยเหง่า หรือ ครูลี่ อายุ 40 ปี ชาวนาบ้านถาวร ต.ถาวร ที่เปิดกระท่อมนาท้ายหมู่บ้านเป็นโรงเรียนเปิดสอนดนตรีในทุกเย็นให้กับเด็กในหมู่บ้าน มาตั้งแต่เดือน ก.พ.2559 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเด็กๆ201609220902013-20041019172247โดย ครูลี่ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนบอกว่า ต้องการจะหาวิธีให้เด็กๆ หันกลับมาดูใช้ชีวิตอยู่ในชนบทที่มีความงดงามไม่ให้เลือนหายไป และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกฝังให้เด็กสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงาม ผ่านการถ่ายทอดดนตรีโดยไม่เก็บค่าเรียนแต่อย่างใด ทั้งนี้ เด็กที่เข้ามาเรียนดนตรี ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตร เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบชนบทท่ามกลางบรรยากาศท้องทุ่งนาอีกด้วย

นายพิชัย อุ้ยเหง่า หรือครูลี่ เปิดใจว่า สังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามยุคสมัย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น จึงรู้สึกเป็นห่วงเด็กเยาวชน ทั้งเกรงว่าวิถีชีวิตรากเหง้าและความงดงามของชนบทจะเลือนหาย จึงได้ใช้พื้นที่สวนของตัวเองทั้งนำความรู้ประสบการณ์ ที่เคยผ่านการเล่นดนตรีร้องเพลงมากว่า 20 ปี มาถ่ายทอดให้กับเด็กที่สนใจ โดยนอกจากเด็กๆ จะได้เล่นดนตรีแล้วยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตดั้งเดิม และซึมซับความเป็นธรรมชาติทั้งท้องทุ่งนา ป่าเขา ลำธาร เพื่อให้เด็กลืมกับสิ่งยั่วยวนในสังคมสมัยใหม่ โดยการใช้ดนตรีเป็นสื่อกลาง สำหรับเด็กที่มาเรียนที่นี่ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะสถานที่เรียนส่วนใหญ่ก็จะเป็นธรรมชาติ ส่วนเครื่องดนตรีก็ประยุกต์จากวัสดุเหลือใช้ หรือสิ่งของที่หาได้จากท้องถิ่นนำมาดัดแปลง แต่ก็มีเสียงไพเราะไม่ต่างจากเครื่องดนตรีราคาแพง จริงๆ มีเด็กมาขอเรียนเพิ่มอีกแต่ก็ไม่สามารถรับเพิ่มได้201609220902012-20041019172247ครูลี่ ยังบอกด้วยว่า ส่วนที่พาเด็กๆ ไปเล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดเซราะกราว หรือสถานที่ต่างๆ ก็เพื่อนำเงินมาเป็นค่าซ่อมแซมกระท่อม ที่ใช้เป็นสถานที่เรียน เป็นค่าน้ำดื่ม อาหารให้กับเด็กทั้งสิ้น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนสิ่งอื่น แต่สิ่งที่ครูลี่ได้รับคือการเห็นเด็กๆ มีความสุขและไม่ทิ้งวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีความงดงาม หลังจากมีคลิปเผยแพร่และมีคนเข้ามาแสดงความเห็นและชื่นชอบ ก็ขอบคุณสำหรับคำชื่นชม ซึ่งจะเป็นกำลังใจให้กับตนเองและเด็กๆด้วย201609220902015-20041019172247ขณะที่ ด.ช.ปณิภัทร เถาแตง หรือน้องปลื้ม และ น.ส.นริศรา ตระกูลศรี หรือน้องเก่ง บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มีความสุขและสนุกกับการได้มาเรียนดนตรีที่โรงเรียนเล็กในทุ่งกว้าง เพราะปกติก็ชื่นชอบการเล่นดนตรีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เรียนเมื่อครูลี่ ได้เสียสละมาสอนให้และมีเด็กๆ ในหมู่บ้านหลายคนมาเรียนก็รู้สึกดีใจมาก และในอนาคตก็มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักดนตรีที่เก่ง มีชื่อเสียง

ที่มา>>>ข่าวสด

อจ.สาวผวา! เจอหนุ่มโรคจิตงัดหอพักมหาลัย-ย่องฉกกกน. แฉเคยลงมือหื่นแล้วถึง3ครั้ง

วันที่ 20 ก.ย. ตำรวจรับแจ้งจากอาจารย์สาวมหาวิทยาลัยนเรศวรวัย 40 ปี ว่ามีคนร้ายบุกงัดเข้ามาภายในห้องพัก ในหอพักอาจารย์ หมู่ 9 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบภายในสถานที่เกิดเหตุ พบคนร้ายได้เข้าไปภายในห้องพักผ่านทางหน้าต่างกระจกเลื่อนที่มีมุ้งลวด โดยคนร้ายเข้ามาภายในห้องแล้วมุ่งตรงไปที่ราวตากผ้า จากนั้นหยิบกางเกงชั้นในไป 3 ตัว ก่อนปีนหน้าต่างหนีออกจากห้องไป โดยใช้เวลาลงมือไม่ถึง 5 นาที ซึ่งภาพจากห้องวงจรปิดของอาจารย์คนดังกล่าวจะเห็นคนร้ายปีนเข้ามาทางหน้าต่างและปีนออกไปช่องทางเดิม201609201530105-20041022171637เจ้าหน้าที่ระบุเมื่อดูจากลักษณะการงัดเข้าไปภายในห้อง คนร้ายน่าจะมีความชำนาญในการเลื่อนยกหน้าต่างบานกระจก ทำให้ไม่มีร่องรอยการงัดเข้าไปภายในห้อง จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหอพัก พบว่าเมื่อเวลา 02.29 น. คนร้ายเป็นชายอายุกว่า 30 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ได้เดินเข้ามาภายในห้องพัก จากนั้นมุ่งตรงไปที่ห้องอาจารย์สาวที่อยู่ชั้น 2 แล้วเข้าไปภายในห้องเมื่อช่วงเวลา 02.40 น. โดยใช้เวลาไม่นานก็ได้ออกจากห้องไป และไม่ได้ทำร้ายใคร เนื่องจากอาจารย์สาวและลูกๆ นอนภายในห้องนอนที่ล็อกประตูแน่นหนา

อาจารย์สาว เปิดเผยว่า คนร้ายบุกเข้ามาขโมยชุดชั้นในไม่ได้เกิดครั้งแรก แต่เกิดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่ละช่วงห่างกันประมาณ 10 วัน โดยครั้งแรกคนร้ายลงมือเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ครั้งที่ 2 ลงมือวันที่ 10 ก.ย. และครั้งนี้วันที่ 20 ก.ย. ด้วยความที่คนร้ายลงมือติดต่อกันจึงเกิดความกลัว และรู้สึกหวาดผวาหวั่นเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงได้แจ้งความเจ้าหน้าที่ให้เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี จากนั้นจะนำเงินส่วนตัว มาทำลูกกรงเหล็กให้ห้องพักเกิดความแน่นหนาป้องกันอันตรายได้

ที่มา>>>ข่าวสด