กระบี่ฝนตกหนักคลื่นลมแรง เรือนำเที่ยวกว่า 300 ลำหยุดบริการ

จ.กระบี่ ฝนตกหนักคลื่นลมแรง เรือนำเที่ยวกว่า 300 ลำหยุดให้บริการชั่วคราว ขณะที่ บริเวณถนนบางจุดเกิดน้ำท่วมขัง รถสัญจรลำบาก ลมพัดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้ม จนท.เร่งรื้อถอน …

วันที่ 24 พ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ แม้ฝนจะหยุดตกในบางพื้นที่ แต่ท้องฟ้ามืดครึ้มและยังมีฝนตกลงมาในบางช่วง โดยที่ตำบลอ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ยังมีฝนตกลงมาส่งผลให้เรือนำเที่ยว ทั้งเรือหางยาวและเรือสปีดโบ๊ตจำนวนกว่า 300 ลำ ต้องนำเรือเข้าไปจอดหลบคลื่นลมที่มีกำลังแรง และบางลำหยุดให้บริการ ส่วนบางลำให้บริการรับส่งในระยะใกล้ฝั่ง เช่น จากอ่าวนางไปยังอ่าวไร่เลย์ เท่านั้น ซึ่งสร้างความผิดหวังแก่นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาที่ท่าเรือของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เพื่อจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไม่สามารถเดินทางได้เรือเข้าไปจอดหลบคลื่นลมที่มีกำลังแรงหลังฝนตกหนัก

ขณะเดียวกัน ภาวะฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องและมีลมแรง ก็ทำให้น้ำท่วมถนนบางจุด การสัญจรยากลำบาก เช่น ถนนสายวัชระ ฝั่งขาเข้าเมืองกระบี่ ที่ใช้สำหรับเข้าเมืองและไปยังอ่าวนาง น้ำท่วมถนนสูงประมาณ 15-20 ซม. เหลือเพียงช่องจราจรเดียว นอกจากนั้น ยังมีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ บริเวณสี่แยกคลองจิหลาด ถูกลมพัดล้มลงมาบนถนน ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลเมืองกระบี่ ได้เข้ารื้อถอนป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน

ด้าน นายบุญเชาว์ ตั้งศิริไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ออกประกาศเตือนชาวเรือ ทั้งเรือโดยสารนำเที่ยว เรือวิ่งประจำทาง และเรือประมง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง เนื่องจากทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม 2559 และขอให้ติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด.

ที่มา>>>Thairath

ไม่ระวัง! ปิกอัพร้านของเก่า ขับผ่านทางรถไฟ ถูกชนกระเด็นดับ 1 สาหัส 1

อีกแล้ว รถไฟพุ่งชนรถยนต์! ปิกอัพ อีซูซุ บรรทุกของเก่าเต็มกระบะ ขับรถผ่านจุดตัดทางรถไฟ บ้านโคกมะเมียน ต.นอกเมือง จ.สุรินทร์ สาหัส 1 ตาย 1 ขณะที่ไม้กั้นทางรถไฟ อยู่ระหว่างซ่อมแซม คาดผู้ตายไม่ทันสังเกต ถูกรถไฟชนดับ

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เวลา 08.40 น. พ.ต.ต.ไชยา เพชรงาม สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสุรินทร์ รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ศรีผไท มีเหตุรถไฟชนกับรถยนต์ปิกอัพ ที่ถนนตัดทางข้ามรถไฟ บ้านโคกมะเมียน ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.สุรินทร์ หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ไปตรวจสอบตามรับแจ้ง

ที่เกิดเหตุเป็นถนนระหว่างหมู่บ้านตัดข้ามทางรถไฟ ซึ่งอยู่ระหว่างการสร้างไม้กั้นแบบระบบอัตโนมัติ ห่างจากจุดตัดทางรถไฟประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์ปิกอัพ อีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีเทา ทะเบียน บต 5752 สุรินทร์ กระบะหลังต่อโครงเหล็ก บรรทุกของเก่า ลังกระดาษ ขวด ของร้านเฮียหลง กิมจุ้ม 2 ชนกับรถไฟขบวน 428 ออกจากสถานีอุบลราชธานี ปลายทางนครราชสีมาจากการตรวจสอบรอบบริเวณพบเศษขวด ลังกระดาษ ตกกระจายเกลื่อน สภาพรถด้านที่นั่งคนขับยุบ ประตูหลุดออกจากตัวรถ ภายในที่นั่งคนขับพบนายอภิชาติ โนนจันสี อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 14 ต.สลักได อ.เมืองสุรินทร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยเร่งนำตัวออกมาช่วยเหลือ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา และด้านข้างที่นั่งคนขับพบนายสุขสันต์ สมคิดเสมอ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/7 ถนนเทศบาล เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยนำส่ง รพ.สุรินทร์ แพทย์ให้การช่วยเหลือสอบสวนทราบว่า รถไฟออกจากอุบลราชธานี มาถึงสถานีสุรินทร์ เพิ่งเคลื่อนขบวนออกจากสถานีได้ประมาณ 10 นาที ขณะผ่านจุดเกิดเหตุ มีรถยนต์ปิกอัพที่ขับโดยนายอภิชาติ โนนจันสี มีนายสุขสันต์ สมคิดเสมอ นั่งมาด้วย ทั้งคู่เป็นลูกจ้างร้านขายของเก่า บรรทุกของเก่าเต็มกระบะออกจากร้านเพื่อนำไปส่งที่โกดังคัดแยกบ้านท่าสว่าง ถึงทางข้ามอาจไม่สังเกตรถไฟ จึงถูกชนเข้ากลางตัวรถบริเวณที่นั่งคนขับ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ส่วนรถไฟกันชนหัวรถเสียหายเล็กน้อย โชคดีผู้โดยสารไม่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งค่าเสียหายทางการรถไฟจะได้ประเมินและแจ้งเจ้าของรถมารับผิดชอบต่อไป สำหรับทางข้ามนี้เมื่อเดือนเมษายนเกิดอุบัติเหตุมาแล้ว.

ที่มา>>>Thairath

ไอเดียเจ๋ง! ผัวใส่สูทผูกไท-เมียแต่งชุดไทย ขายไอติมบุฟเฟ่ต์ ตักไม่อั้น

ไอเดียเจ๋ง! 2 สามีภรรยาเมืองกรุงเก่า สู้ชีวิตจากอดีตเคยรับจ้างทำอิฐมอญ ผันชีวิต ตระเวนรถ จยย.คู่ใจ ขายไอศกรีมบุฟเฟ่ต์…ไฮโซ ตักไม่อั้น แถมการแต่งตัวแหวกแนวไม่ซ้ำใคร สามีแต่งสูทผูกเนคไท ส่วนภรรยาแต่งชุดไทยเรียกลูกค้า ส่งผลให้ขายดีเกือบทุกวัน…

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้ลงตรวจสอบพื้นที่เกาะเมือง จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากมีประชาชนให้ความสนใจอุดหนุนซื้อไอศกรีมบุฟเฟ่ต์ ไฮโซ แบบตักไม่อั้น อยู่ริมถนน คนขายคือ นายกำพล สุพรรณ์ประเสร็จ อายุ 52 ปี แต่งกายด้วยชุดสูท ผูกเนคไทและนางหนูเรือง สุพรรณ์ประเสร็จ อายุ 54 ปี แต่งกายด้วยชุดแบบไทยเสื้อผ้าสีขาวฉลุลายดอกไม้ นุ่งผ้าถุงโจงกระเบน สองสามีภรรยากำลังขายไอศกรีมให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าวสอบถามนายกำพล เล่าว่า ตนเองพื้นแพเป็นคนชาวจังหวัดสกลนคร ออกจากบ้านมาหางานทำเมื่อปี พ.ศ. 2532 พร้อมภรรยาและลูกเล็กสองคนเป็นผู้ชายและผู้หญิง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตอนแรกรับจ้างทำอิฐมอญ ในโรงงานอิฐมอญแถว อ.บางปะหัน หลังจากนั้นเศรษฐกิจไม่ดี ลูกๆ เริ่มโตขึ้น รายได้ไม่เพียงพอ จึงเลิกอาชีพรับจ้างทำอิฐมอญ หันมาฝึกทำไอศกรีมขาย เมื่อปี พ.ศ.2540 ช่วงแรกนั้นได้ตระเวนขายโดยรถจักรยานยนต์แบบพ่วงข้างเหมือนรถขายของทั่วๆ ไป มีรายได้พอเลี้ยงครอบครัว ตนก็เลยคิดว่าควรหาไอเดียแปลกแหวกแนวเพื่อเรียกจุดความสนใจให้ลูกค้ามาซื้อไอศกรีม จึงแต่งตัวใส่สูท ผูกเนคไท และให้ภรรยาแต่งตัวแบบชุดไทยเสื้อขาว ฉลุด้วยลายดอกไม้ ใส่ผ้าถุงนุ่งแบบโจงกระเบน และสั่งทำรถ โดยออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยเปลี่ยนจากการขายตักเครื่องไอศกรีมให้ลูกค้าเอง เป็นให้ลูกค้าตักเองเลย จึงเป็นที่มาของ กำพล ไอศกรีมบุฟเฟ่ต์ ไฮโซ ตักแบบไม่อั้นทั้งนี้จะออกจากบ้านช่วงเช้าตระเวนขายไปตามถนนใหญ่ รวมถึงตรอกซอกซอย ทุกวัน และจะมีลูกค้ามายืนรอซื้อไอศกรีมกันแบบไม่ขาดสาย และบ้างครั้งลูกค้ายังขอถ่ายรูปคู่กับคนขายเพราะเห็นว่าแต่งตัวแปลกแหวกแนวดีและยังพูดจาไพเราะ แต่ก่อนทำไอศกรีมขายวันละ 1-2 ถัง ขายได้วันละ 1,500 บาท แต่เดี๋ยวนี้ขายได้วันละ 3-4 ถัง ขายได้วันละ 5,000 กว่าบาท จึงทำให้มีรายได้ดีกว่าแต่ก่อน ส่วนรสชาติไอศกรีม ขอบอก ทานแล้วจะติดใจในรสชาติของไอศกรีมมะพร้าว เนื้อไอศกรีมหวานมันอร่อย พร้อมเครื่องเคียงใส่ไอศกรีมให้ลูกค้าเลือกใส่ตักแบบไม่อั้น กว่า 10 อย่าง ขายในราคาถ้วยละ 20 บาท ไม่อิ่มสามารถตักใหม่ได้.

ที่มา>>>Thairath

ทนายจำเลยชาวเมียนมา ยื่นอุทธรณ์คดีฆ่า 2 นทท.อังกฤษ ที่เกาะเต่า

ทนายฝ่ายจำเลยชาวเมียนมา 2 ราย ยื่นอุทธรณ์คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า หลังศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาประหารชีวิต โดยพบข้อเห็นต่างของพยานหลักฐาน จึงใช้เวลากว่า 5 เดือนในการรวบรวมข้อมูล…

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 59 ตัวแทนทีมทนายฝ่ายจำเลยของ นายซอลิน และ นายเวพิว จำเลยชาวเมียนมา 2 ราย ในคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิคเธอริดจ์ อายุ 24 ปี และ นายเดวิด วิลเลี่ยม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียชีวิตที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงเช้าวันนี้ทางตัวแทนทีมทนายได้เดินทางมายังศาลจังหวัดเกาะสมุย พร้อมด้วย นางเมย เตียน และ นาง พิว ฉวย นุ มารดาของจำเลยทั้ง 2 คน พร้อมด้วยตัวแทนจากสถานทูตจากประเทศเมียนมาประจำประเทศไทย และเอกสารจำนวนกว่า 200 หน้า เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทรณ์ภาค 8 ในคำพิพากษาตัดสินโทษ ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน ที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยทนายฝ่ายจำเลยชาวเมียนมา 2 ราย มาศาลเกาะสมุย ยื่นอุทธรณ์คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า

ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน ในข้อหาข่มขืนและฆ่านักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ และฆ่านักท่องเที่ยวชายชาวอังกฤษ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2558 ต่อมาทางทีมทนายความฝ่ายจำเลย มีการประชุมหาหรือคำตัดสินของศาลและใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลกว่า 5 เดือน ก่อนที่จะมีการยื่นอุทธรณ์ในวันนี้

ด้าน นายนคร ชมพูชาติ หัวหน้าทีมทนายฝ่ายจำเลย เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ทางทีมทนายฝ่ายจำเลย ยังมีข้อเห็นต่างในเรื่องของพยานหลักฐาน อยู่หลายประเด็นด้วยกัน โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงได้มีการรวบรวมข้อมูล เพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 เพื่อให้ยกฟ้องจำเลยทั้ง 2 ทุกข้อกล่าว โดยการยื่นอุทธรณ์เป็นไปตามขั้นตอนของขบวนการยุติธรรม.

ที่มา>>>Thairath

เก๋งชนดับคู่! ตายายขี่ จยย. หิ้วปิ่นโต ไปทำบุญวันวิสาขบูชา

สลด! ตาพายายซ้อน จยย. หิ้วปิ่นโต จะไปทำบุญวันวิสาขบูชาที่วัด กลับรถจุดยูเทิร์นถูกเก๋งชนดับคู่ ส่วนเก๋งเสียหลัก ตกร่องกลางถนน เจ็บเล็กน้อย 3 ราย ที่ชุมพร …

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 20 พ.ค.59 ร.ต.อ.นพดล ภัคดีสว่าง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บริเวณจุดกลับรถถนนเพชรเกษม หมู่ 2 ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยสายชลมูลนิธิชุมพร หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลท่าแซะ

ที่เกิดเหตุ บนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ ตรงจุดยูเทิร์นกลับรถ ซึ่งเป็นย่านชุมชน มีร้านอาหาร กาแฟ ร้านขายของฝาก โดยมีชาวบ้านยืนดูอยู่ข้างทางจำนวนมาก พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน ขงจ 986 ชุมพร สภาพพังยับเยิน ล้มอยู่บนถนน ติดกับขอบเลนขวาช่องทางขาขึ้นใกล้กับจุดกลับรถ มีชิ้นส่วนอะไหล่หลุดกระเด็นไปทั่ว และมีปิ่นโตสเตนเลส 4 ชั้น ซึ่งบรรจุอาหารอยู่ ตกข้างรถจักรยานยนต์ ใกล้กันในร่องกลางถนน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ชื่อ นายคำนึง ฟังแฟง อายุ 62 ปี และ นางสมคิด ฟังแฟง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ 5 ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สภาพศพทั้ง 2 คน กะโหลกยุบคอหัก มีแผลฉกรรจ์ตามตัวหลายแห่ง

รถ จยย.ของ 2 ตายายล้มคว่ำในที่เกิดเหตุ

รถเก๋งคู่กรณี จอดตะแคงอยู่ในร่องกลางถนน ใกล้ๆ กับ รถ จยย.ของ 2 ตายาย

ห่างออกไปเล็กน้อยมีรถเก๋งมาสด้า 2 สีบรอนซ์ ทะเบียนป้ายแดง ก 0377 พังงา จอดตะแคงอยู่ในร่องกลางถนน สภาพหน้ายุบ ถุงลมนิรภัยทำงาน กันชนหน้าหลุดและกระจกหน้ารถลักษณะคล้ายถูกศีรษะกระแทกอย่างแรงจนยุบแตกร้าวทั้งบาน โดยมี น.ส.เพ็ญจันทร์ ภู่ภิญโญ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/3 หมู่ 5 ตำบลลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พร้อมญาติอีก 2 คน ที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ยืนหน้าตื่นตกใจรอพบเจ้าหน้าที่อยู่ที่จุดเกิดเหตุ

รถเก๋งคู่กรณี สภาพหน้ารถยุบ ถุงลมนิรภัยทำงาน กันชนหน้าหลุดและกระจกหน้ารถมีรอยแตกคล้ายถูกศีรษะกระแทกอย่างแรงจนยุบแตกร้าวทั้งบาน

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.เพ็ญจันทร์ คนขับรถเก๋งพร้อมกับญาติอีก 2 คน ได้เดินทางไปงานบวชญาติที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา และเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ได้เดินทางกลับบ้านที่ จ.พังงา ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นจุดยูเทิร์น นายคำนึงได้ขับรถจักรยานยนต์ โดยมีนางสมคิด ภรรยา นั่งซ้อนท้าย และหิ้วปิ่นโตออกมาจากถนนซอยในหมู่บ้าน แล้วขับไปตรงจุดยูเทิร์นกลับรถ เพื่อจะไปทำบุญวันวิสาขบูชาที่วัดเขาแก้ว ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร และถูกรถเก๋งคันดังกล่าว พุ่งชนเข้าอย่างจัง จนร่างลอยกระแทกกับกระจกหน้ารถเก๋งจนยุบแตกร้าวทั้งบาน เสียชีวิต ขณะที่รถเก๋งเสียหลักตกข้างทาง คนในรถได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนพยาน และเก็บหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เป๊ะปังอลังเว่อร์! ภาพพรีเวดดิ้ง”อุ้ม ธีราทร”กัปตันทีมชาติไทยกับว่าที่เจ้าสาวแสนสวย

 เป็นข่าวโด่งดังมาสักระยะหนึ่งแล้ว สำหรับ“อุ้ม”ธีราทร บุญมาทัน นักเตะชื่อดัง ดีกรีกัปตันทีมชาติไทย ที่เพิ่งย้ายจากทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปอยู่สังกัดทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมคู่รักคู่แค้นกันแบบช็อกแฟนคลับ ล่าสุด”เจ้าอุ้ม”เตรียมเข้าวิวาห์กับแฟนสาว โดยเพจ Risgee Wedding ได้โพสต์ภาพถ่ายพรีเวดดิ้งเจ้าอุ้มกับว่าที่เจ้าสาวชุดใหญ่

ที่มา>>>ข่าวสด

ขับไม่แข็ง! หนุ่มติดยาบ้าใช้ขวานจี้เก๋งสาวเยอรมัน สุดท้ายถูกจับ

ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด ระดมกำลังปิดเส้นทางจับหนุ่มวัย 22 ปี ใช้ขวานจี้ชิงรถยนต์นักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมัน ด้านสาวสบโอกาสกระโดดลงจากรถขอความช่วยเหลือ สุดท้ายโดนจับได้เพราะขับรถไม่แข็ง สารภาพ หวังขายซื้อยาบ้าเสพ

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 59 พ.ต.อ.พนิช อ่วมสอาด ผกก.สภ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมชุดสืบสวน ควบคุมตัว นายชลนที โออิฐ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาจี้ชิงรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ สีเขียวอ่อน ทะเบียน กจ 2807 ประจวบคีรีขันธ์ ของ น.ส.แซนดรา เมียล์เกอ นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ ชายหาดทะเลบ้านหนองแขมใหญ่ หมู่ที่ 2 ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายชลนที นำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดเกิดเหตุที่ น.ส.แซนดรา นำสุนัข 3 ตัว มาเล่นน้ำทะเลโดย นายชลนที ใส่หมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า จากนั้นใช้ขวานเข้าจี้ น.ส.แซนดรา ขณะที่กำลังขึ้นรถ จากการแอบเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง และบังคับให้ น.ส.แซนดรา ขับรถออกจากที่เกิดเหตุไปตามถนนลาดยางสายชายทะเลสามร้อยยอด-หนองแขมใหญ่ เมื่อถึงเส้นทางเปลี่ยว บังคับให้จอดรถแล้วไปนั่งด้านหลัง จากนั้น นายชลนที เปลี่ยนมาเป็นคนขับไปตามถนน รพช.สามร้อยยอด-ปราณบุรี แต่เนื่องจากขับรถไม่เก่งจึงขับได้ไม่เร็ว และขณะที่ผ่านชุมชน น.ส.แซนดรา เปิดประตูรถและกระโดดลง จึงพยายามขับรถต่อไปกระทั่งถูกตำรวจปิดเส้นทางและจับกุมตำรวจ สภ.สามร้อยยอด แถลงจับหนุ่ม ใช้ขวานจี้เก๋ง สาวเยอรมันสุดท้ายสารภาพจะนำเงินไปซื้อยาบ้า

ทั้งนี้ หลังจับกุม พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมทำการสอบสวน ซึ่ง นายชลนที รับสารภาพว่าคิดที่จะจี้เอารถยนต์ไปขาย นำเงินซื้อยาบ้าเสพ

ด้าน น.ส.แซนดรา เปิดเผยว่า เดินทางมาหาแฟนหนุ่มที่ทำงานอยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเช่าที่พักไว้ 1 เดือน ก่อนเกิดเหตุนำสุนัข 3 ตัวของแฟนไปเล่นน้ำทะเล ขณะกลับขึ้นรถพร้อมสุนัข ชายคนดังกล่าวเอาอาวุธมาจี้และบังคับให้ขับรถออกไป โชคดีที่ต่อมาตัดสินใจเปิดประตูกระโดดออกมา และขอให้ชาวบ้านช่วยจนตำรวจจับกุมตัวได้ ต้องขอบคุณตำรวจไทยที่ทำงานได้ไว พร้อมทั้งได้ของคืนทั้งหมด

ขณะที่ ผกก.สภ.สามร้อยยอด กล่าวว่า หลังรับแจ้งจากชาวบ้านได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปิดเส้นทางถนนสาย รพช.บ่อนอก-ปราณบุรี เพราะจะทำให้ไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้ ใช้รถสายตรวจวิ่งตรวจสอบบนเส้นทาง พร้อมวิทยุประสาน สภ.ปราณบุรี สภ.กุยบุรี สกัดจับคนร้าย จน กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที สายตรวจรถยนต์คันดังกล่าวจึงเข้าหยุด และควบคุมตัวไว้ได้.

ที่มา>>>Thairath

กระบะเสยหกล้อจอดทำทาง บนมอเตอร์เวย์ อัดโชเฟอร์ดับ-คนงานเจ็บ1

หนุ่มขับกระบะ พุ่งเสยท้ายหกล้อ จอดทำถนนอยู่เลนขวา โดยมีการติดป้ายสัญญาณไฟ ชัดเจน ส่งผลคนขับถูกอัดก๊อบปี้ดับคาซากรถ ขณะลูกสาวคนทำถนน บาดเจ็บ คาดหลับใน รอสอบ …

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 พ.ต.ท.สุภกิจ กองาม รองผกก.(สอบสวน) ส.ทล.1 กก.8 (เขาดิน) พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบเหตุรถชนกัน บนถนนมอเตอร์เวย์ กม.50 ขาเข้าชลบุรี หมู่7 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทราที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ฒพ 3449 กทม. ชนอัดท้ายรถบรรทุกหกล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 85-8752 ชลบุรี ที่จอดทำถนนอยู่เลนขวา พร้อมป้ายสัญญาณไฟ จนพังเสียหายยับเยิน ทำให้นายสามารถ อินมา อายุ 30 ปี คนขับรถกระบะเสียชีวิตคาซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างประมาณ 10 นาทีจึงสามารถนำร่างออกมาได้ นอกจากนี้ ยังพบนางปราณี เนียมเที่ยง อายุ 44 ปี ได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11สอบสวนนายเทียบ เนียมเที่ยง อายุ 68 ปี พ่อของคนเจ็บ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำกรวยยางและป้ายสัญญาณไฟไปตั้งขวางบอกไว้ตั้งแต่เลน 4-3 เพราะมีการทำถนนอยู่ ส่วนรถบรรทุกหกล้อก็จอดขวางเปิดไฟเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง จู่ๆ ก็มีรถกระบะคันดังกล่าววิ่งมาเลนขวาสุดก่อนจะชนป้ายและกรวยยางจนกระเด็น แล้วมาพุ่งชนท้ายรถบรรทุกหกล้อเต็มแรง ทำให้ลูกสาวที่นั่งอยู่บนรถได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนหลับอาจจะหลับใน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

‘หมอล็อต’ ยิงยาสลบหยุด ‘กระทิงหนุ่ม’ ขวิด จนท.เจ็บ 2 กลางป่ายูคาฯ

เครดิตภาพจาก: ณัฐ แก้วนันท์ และ กู้ชีพ อบต.หนองสาหร่าย

เกิดเหตุกระทิงหนุ่มขนาดใหญ่ ไล่ขวิดเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการฯ กลางป่ายูคาลิปตัส จนได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ แขน และขา 2 ราย ล่าสุด “หมอล็อต” นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานสัตว์ป่าฯ พร้อมทีมงานลงพื้นที่ สามารถยิงยาสลบได้แล้ว เตรียมนำขึ้นรถบรรทุก ก่อนปล่อยกลับเข้าเขตอุทยานฯ ต่อไป

เมื่อเที่ยงวันที่ 17 พ.ค.59 นายครรชิต ศรีนพวรรณ หน.อุทยานฯ เขาใหญ่ รับแจ้งจาก นางสาวสมลักษณ์ ยศสังข์ สมาชิก อบต.หมู่ 17 บ้านหัวสนาม ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่ามีชาวบ้านพบเห็นกระทิงขนาดใหญ่เดินวนเวียนอยู่ในป่ายูคาลิปตัส ข้างหมู่บ้านหัวสนาม หมู่ที่ 17 ต.หนองสาหร่าย จึงแจ้งไปยังหน่วยรับผิดชอบสัตว์ป่า อุทยานฯ เขาใหญ่, หน่วยปฏิบัติการป้องกันรักษาป่า เขาแผงม้า,หน่วยปฏิบัติการรักษาป่าภูหลวง และหน่วยปฏิบัติการรักษาป่าวังน้ำเขียว รวมกว่า 20 นาย ไปตรวจสอบเพื่อผลักดันเข้าเขตอุทยานฯเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการฯ ได้รับบาดเจ็บจากถูกกระทิงหนุ่มขวิด

จากการสอบถาม นางสาวสมลักษณ์ ยศสังข์ สมาชิก อบต.หมู่ 17 บ้านหัวสนาม ที่เป็นผู้แจ้งว่า มีชาวบ้านมาบอก จึงออกไปดูก็พบว่ากระทิงเดินเข้ามาใกล้บ้านเรือนราษฎร ห่างกันประมาณ 10 กว่าเมตร แต่ติดรั้วลวดหนาม จากนั้นก็เห็นกระทิงตัวดังกล่าวลงไปในหนองน้ำ ตนและชาวบ้านยังตามกันไปดูและถ่ายรูปไว้แต่ระยะไกล พร้อมแจ้ง หัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่ ให้ทราบ และเจ้าหน้าที่ได้ออกค้นหาในป่าตามที่ได้รับแจ้งจนพบว่า เป็นกระทิง เพศผู้ อายุประมาณ 5-6 ปี น้ำหนักประมาณ 1,200 กิโลกรัม ยังวนเวียนอยู่ในป่ายูคาลิปตัส ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างแนวเขตอุทยานฯ กว่า 20 กิโลเมตร และ ต.หนองสาหร่าย ก็ไม่อยู่ติดเขตอุทยานฯ ต้องผ่าน ต.วังกะทะ หรือ ต.คลองม่วง ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้วิธีโอบล้อม เพื่อผลักดัน แต่กระทิงกับวิ่งเข้าชนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ นายนเรศน์ พันธุ์โคกกรวด อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ และขา และ นายอัธชัย เกรียนโคกกรวด อายุ 44 ปี ได้รับบาดเจ็บที่คิ้วขวา แขน ขาบวม ต้องนำส่ง รพ.ปากช่องนานา หลังแพทย์ตรวจรักษาได้ให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านกระทิงหนุ่ม อายุ5-6ปี น้ำหนัก 1.2ตัน เดินวนเวียนในป่ายูคาลิปตัส หลุดจากเขาใหญ่ นครราชสีมา

จนเวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมง กระทิงก็ยังคงเดินวนเวียนอยู่ในป่ายูคาลิปตัส ที่มีพื้นที่กว่า 100 ไร่ ไม่มีทีท่าว่าจะผลักดันออกไปได้ จึงได้ประสาน น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือหมอล็อต นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมทีมงานสัตวแพทย์ ได้ใช้ปืนยิงยาสลบ ผ่านไปกว่า 15 นาที ก็ยังไม่สลบ กระทิงเดินต่อไปจะเข้าหมู่บ้าน และเดินเข้าไปคอกวัวชาวบ้าน จึงได้ยิงยาสลบไปอีก 1 นัด แต่เข็มยาสลบเกิดหลุด จึงต้องใช้ความพยายามไล่ต้อนเพื่อยิงยาสลบเกรงจะมืดก่อน จะยากต่อการดำเนินการ และได้เตรียมรถบรรทุกที่ติดตั้งเครนเพื่อยกตัวกระทิงกลับเข้าอุทยานฯ ต่อไป นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานสัตว์ป่าฯ ใช้ปืนยิงยาสลบกระทิงหนุ่มได้ และนำไปปล่อยในป่าเขาใหญ่

ล่าสุดเมื่อ 18.30 น. น.สพ.ภัทรพล หรือหมอล็อต ได้ยิงปืนยาสลบเป็นนัดที่ 3 เข็มยาถูกตัวกระทิงอย่างจัง จนผ่านไปกว่า 20 นาที กระทิงก็สลบกลางป่ายูคาลิปตัส เจ้าหน้าที่ต้องรีบช่วยกันนำขึ้นรถบรรทุกไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เขาใหญ่ จุดผากระดาษ บ้านเลือดไทย ต.หมูสี เพื่อรอฟื้นเข้าสู่สภาพปกติ ก่อนปล่อยกลับเข้าเขตอุทยานฯ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีกระทิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก.

ที่มา>>>Thairath

วิญญาณนักร้องสาวซิ่งเก๋งสุดเฮี้ยน! โผล่ร้องเพลง-เข้าฝันทวงของรักคืนใส่รถ (คลิป)

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าว จ.นครพนม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิฟ ว่า มีเพื่อนคนขับรถเก๋งซึ่งประสบอุบัติเหตุริมฝั่งแม่น้ำโขง  เสียชีวิตมานานกว่า 1 เดือน แต่วิญญาณไปเข้าฝันเมียตำรวจ  เพื่อทวงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวที่หล่นกระจายบริเวณจุดเกิดเหตุให้นำไปคืนใส่รถให้ด้วยหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบริมฝั่งแม่น้ำโขง  ถนนสุนทรวิจิตร เยื้องร้านบ้านกาแฟ  พบนายวณัญกฤต  บุตรกันหา วัย 44 ปี หน.กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิฟ  พร้อมกลุ่มเพื่อนรวม 5 คน และนายกลิน  หิรัญศิริ อายุ 40 ปี กำลังจุดธูปเพื่อบอกกล่าววิญญาณของ น.ส.ณัฎฐิกา  แสนสุภา อายุ 32 ปี ชาว อ.นาแก  ทำงานอยู่ ปภ.สกลนคร  และทำงานพิเศษเป็นนักร้องที่ร้านหอนาฬิกาในตัวเมืองนครพนม  ซึ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกลุ่มเพื่อนรวม 2 ศพ บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมานายวณัญกฤต บุตรกันหา  หน.กู้ภัยลำโขงเฟรนด์ชิฟ เล่าว่า  ได้มีนายกลิน ซึ่งทำงานเป็นชิปปิ้งส่งออก-นำเข้า  ได้โทรศัพท์ติดต่อประสานงานกับตน  เพื่อขอให้ช่วยไปเก็บรวมรวมสิ่งของส่วนตัวของ น.ส.ณัฎฐิกา หรือ “น้องหญิง” ที่ประสบเหตุรถเก๋งมาสด้า 2 รุ่นสปอร์ต สีขาว ทะเบียน กบ 5493 อุดรธานี  ให้นำจากจุดเกิดเหตุมาเก็บใส่รถคืนให้ผู้ตายด้วย  เพราะวิญญาณของน้องหญิงมาเข้าฝัน  และมาปรากฏให้เห็นจนนอนไม่หลับ

หน.กู้ภัยวัย 44 ปี ระบุด้วยว่า  หลังสำรวจสิ่งของที่ใต้ต้นอินทรีย์จำนวนมาก  ตนจึงจุดธูปบอกกล่าววิญญาณ ก่อนช่วยกันเก็บสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของ น.ส.ณัฎฐิกา อาทิ ที่ปัดขนตา บิ๊กอาย ครีม ยาสีฟัน ยาสระผม โลชั่น  แฟลตไดร์ฟ  รวมรวมใส่ลัง รวมทั้งกระจกส่องข้างรถ กันชนหน้ารถ คืนใส่ซากรถคันดังกล่าวที่จอดอยู่หน้าแฟลตตำรวจภายใน สภ.เมืองนครพนม  ซึ่งตนก็ไม่เคยเห็นวิญญาณของน้องหญิงผู้ตาย  มาเข้าฝันเพื่อมาไว้วานทวงสิ่งของแต่อย่างใด  ทำด้วยจิตอาสาเพราะรู้จักกับนายกลิน ซึ่งทำงานชิปปิ้งด้วยกัน14634911471463491167lด้านนายกลิน  หิรัญศิริ เพื่อนของ น.ส.ณัฎฐิกา ผู้ตาย กล่าวว่า  รู้จักกับน้องหญิงมานานหลายปี  เพราะ น.ส.ณัฎฐิกา มาทำงานพิเศษร้องเพลงขับกล่อมที่ร้านหอนาฬิกาในวันศุกร์และวันเสาร์นานกว่า 2 ปีแล้ว  ส่วนวันปกติน้องหญิงจะไปทำงานที่ ปภ.สกลนคร  นั่งร่วมวงด้วยเลยสนิทกัน  หลังเกิดเหตุตนไปร่วมงานสวดศพศพน้องเขาที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร  ขณะยืนอยู่ใต้ต้นไม้  กิ่งไม้หล่นใส่หัว  ตกใจจึงรีบวิ่งเข้าหากลุ่มเพื่อน  วันต่อมาน้องหญิงแวะมาร้องเพลงให้ฟังกลางดึกหน้าบ้านในหมู่บ้านพิมพ์ศิริ  เป็นเพลงที่เคยร้องและเคยฟังบ่อย  มีอีกคืนมาปรากฏวิญญาณให้พบเห็น  แม้ไม่กลัวแต่บรรยากาศมันใช่

หนุ่มชิฟปิ้งเพื่อนผู้ตาย เล่าต่อด้วยว่า  วันเกิดเหตุจับกลุ่มดื่มกับน้องหญิงที่ร้านดังกล่าว  มาทราบอีกครั้งตอนเช้าน้องเขาเสียชีวิตแล้ว  ไม่กี่วันมีตำรวจที่พักอยู่แฟลตในโรงพัก บริเวณที่จอดรถของน้องหญิงมาเล่าให้ฟังว่า  ได้ยิน น.ส.ณัฎฐิกา ร้องเพลงและร้องไห้ติดต่อกันนานหลายคืน  วิญญาณน้องมาเข้าฝันเมียตำรวจและชาวบ้านบริเวณจุดเกิดเหตุหลายคน จนขนหัวลุกซู่บอกว่าให้ช่วยนำสิ่งของส่วนตัวกลับมาคืนในรถให้ด้วย  จึงประสานเพื่อนกู้ภัยไปจุดธูปบอกกล่าววิญญาณ  ซึ่งน้องหญิงเป็นคนที่รักและหวงรถตนเองมาก  รวมทั้งสิ่งที่หล่นกระจายอยู่ในซากรถมาก  แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่นำไปใส่คืนในรถให้ผู้ตาย  จึงต้องรีบมาทำพิธีดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด